"อีสุกอีใส" กำลังระบาด หลังพบคลัสเตอร์หลักหมื่น แพทย์เฉลย คนเป็นแล้วเป็นซ้ำได้หรือไม่?

"อีสุกอีใส" กำลังระบาด หลังพบคลัสเตอร์หลักหมื่น แพทย์เฉลย คนเป็นแล้วเป็นซ้ำได้หรือไม่?

"อีสุกอีใส" กำลังระบาด หลังพบคลัสเตอร์หลักหมื่น แพทย์เฉลย คนเป็นแล้วเป็นซ้ำได้หรือไม่?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อีสุกอีใสระบาด ผู้ป่วยพุ่งกว่า 1 หมื่นราย พบคลัสเตอร์โรงเรียนปทุมธานี หมอเตือนแม้เคยเป็นแล้วก็มีโอกาสป่วยซ้ำ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคอีสุกอีใส หลังพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยข้อมูลล่าสุดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 4 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 10,560 ราย แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึง 208 ราย สะท้อนให้เห็นว่าโรคยังคงแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า กลุ่มที่มีอัตราการป่วยสูงที่สุดคือเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือเด็กอายุ 10-14 ปี และเด็กเล็กอายุ 0-4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการอยู่รวมกลุ่มในสถานศึกษา โดยเชื้อสามารถแพร่ผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด

พบคลัสเตอร์โรงเรียน จ.ปทุมธานี

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในสถานศึกษาแห่งหนึ่งในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยพบผู้ติดเชื้อไวรัส Varicella zoster รวม 23 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย และผู้ป่วยสงสัยอีก 22 ราย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งลงพื้นที่ควบคุมโรค ทำความสะอาดสถานที่ และเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอาการเบื้องต้นของโรคอีสุกอีใส มักเริ่มจากมีไข้ อ่อนเพลีย และเกิดตุ่มน้ำใสตามผิวหนังทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตามในคลัสเตอร์ที่พบล่าสุดยังไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 10-21 วัน ทำให้ต้องติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดอย่างใกล้ชิด

แพทย์เตือนผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงานจนกว่าตุ่มแห้ง

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำว่า แม้โรคอีสุกอีใสส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายใน 1-3 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยควรหยุดพักอยู่บ้านจนกว่าตุ่มน้ำจะแห้งและตกสะเก็ดทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ นอกจากนี้ประชาชนควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้ของใช้ร่วมกัน และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วย

เป็นอีสุกอีใสตอนเด็กแล้ว จะไม่เป็นซ้ำจริงหรือ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้ออธิบายว่า คนส่วนใหญ่ที่เคยเป็นอีสุกอีใสแล้วมักจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต แต่ก็ยังมีโอกาสป่วยซ้ำได้ แม้จะพบไม่บ่อย โดยมักเกิดในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เมื่อหายจากโรค เชื้อไวรัส Varicella Zoster จะไม่ได้หายไปจากร่างกาย แต่จะไปหลบซ่อนอยู่ตามปมประสาท หากร่างกายอ่อนแอหรืออายุมากขึ้น เชื้ออาจกลับมาแสดงอาการอีกครั้งในรูปแบบของโรคงูสวัด แทนที่จะเป็นอีสุกอีใสเหมือนครั้งแรก

ในกรณีที่ติดเชื้อซ้ำ อาการมักไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก เช่น ตุ่มขึ้นน้อยกว่าและหายเร็วกว่า เนื่องจากร่างกายยังมีภูมิคุ้มกันเดิมอยู่ อย่างไรก็ตามแพทย์ยังแนะนำให้พิจารณาการฉีดวัคซีนป้องกัน โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นโรคมาก่อน เพราะการติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่มักมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม

เตรียมผลักดันวัคซีนอีสุกอีใสในเด็ก

สำหรับมาตรการระยะยาว คณะอนุกรรมการด้านวัคซีนกำลังพิจารณาบรรจุวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยมีแนวคิดให้เด็กได้รับวัคซีน 2 เข็ม คือช่วงอายุประมาณ 1 ปี และช่วงอายุ 4-6 ปี เพื่อช่วยลดการระบาดในโรงเรียนในอนาคต

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มน้ำใสตามร่างกาย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

  1. กรมควบคุมโรค
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล