ตื่นมาสะดุ้ง! เด็กหญิง ม.1 เจอคราบเลือดเต็มหมอน หมอชี้ยิ่งช็อก "ตัวการ" อยู่ในบ้านตัวเอง

ตื่นมาสะดุ้ง! เด็กหญิง ม.1 เจอคราบเลือดเต็มหมอน หมอชี้ยิ่งช็อก "ตัวการ" อยู่ในบ้านตัวเอง

ตื่นมาสะดุ้ง! เด็กหญิง ม.1 เจอคราบเลือดเต็มหมอน หมอชี้ยิ่งช็อก "ตัวการ" อยู่ในบ้านตัวเอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อุทาหรณ์! เด็กหญิง 12 สะดุ้งตื่นเจอ "คราบเลือด" บนที่นอน หมอชี้อากาศแห้ง–แอร์อุ่น เสี่ยงเยื่อบุจมูกพัง

กลางดึก เด็กหญิงวัย 12 ปีสะดุ้งตื่นก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องพ่อแม่โดยยังไม่ทันใส่รองเท้า บนหมอนสีขาวมีคราบเลือดสีแดงเข้มกระจายเต็มใบ ทำให้ครอบครัวรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

แพทย์แผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีน เมืองหางโจว ประเทศจีน ตรวจพบว่าเยื่อบุโพรงจมูกแห้งและมีเส้นเลือดฝอยขยายตัวชัดเจน สรุปสาเหตุหลักเกิดจากภาวะเยื่อบุจมูกแห้ง หลังห้ามเลือดและแนะนำวิธีดูแลเพิ่มความชุ่มชื้น อาการจึงควบคุมได้

ก่อนหน้านี้ แพทย์ยังเคยรักษาเด็กชายวัย 8 ปีที่มีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อยและปริมาณมาก ตรวจส่องกล้องพบเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกโผล่ชัด เพียงสัมผัสเบา ๆ ก็มีเลือดไหลมาก ต้องเข้ารับการรักษาเฉพาะทางจึงลดความเสี่ยงได้

แพทย์เตือน “ตัวการ” อาจอยู่ในห้องนอน

แพทย์อธิบายว่า หลายกรณีเลือดกำเดาไหลในเด็กสัมพันธ์กับการใช้เครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศโหมดอุ่น หรือเครื่องลดความชื้นมากเกินไปในช่วงอากาศหนาวหรือชื้น เมื่ออยู่ในห้องที่ความชื้นต่ำเป็นเวลานาน เยื่อบุจมูกจะแห้ง แตก และเส้นเลือดฝอยเปราะง่าย ทำให้เกิดเลือดออก

เด็กที่เป็นภูมิแพ้ยิ่งมีความเสี่ยงสูง ฝุ่น ไรฝุ่น เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน อาจทำให้คันจมูก จาม และเผลอขยี้หรือแคะจมูกจนเกิดบาดแผล

เลือดกำเดาไหล ต้องทำอย่างไรให้ถูกต้อง?

เมื่อเกิดอาการ ควรตั้งสติและให้เด็กนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ห้ามเงยหน้าขึ้นเด็ดขาด เพราะเลือดอาจไหลลงคอและกระเพาะอาหาร ทำให้สำลักหรือคลื่นไส้

ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกส่วนอ่อนแน่น ๆ ต่อเนื่อง 10–15 นาที ห้ามปล่อยมือกลางคันเพื่อเช็กเลือด ระหว่างนั้นให้หายใจทางปาก และสามารถประคบเย็นบริเวณหน้าผากหรือสันจมูกเพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว

หลังเลือดหยุด ควรหลีกเลี่ยงการออกแรงมาก สั่งน้ำมูกแรง ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มร้อนในช่วงหลายชั่วโมงแรก

ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำ?

หัวใจสำคัญคือ “เพิ่มความชุ่มชื้น”

  1. ควรรักษาความชื้นในห้องให้อยู่ที่ประมาณ 50–60%

  2. อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้น

  3. ออกนอกบ้านสวมหน้ากากเพื่อลดการสูญเสียความชื้น

  4. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อเพื่อทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื้น

ไม่ควรใช้มือแคะจมูก หากมีสะเก็ดแห้งให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือเช็ดเบา ๆ

โภชนาการและพฤติกรรมก็สำคัญ

  1. ดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร

  2. รับประทานอาหารที่มีวิตามิน C และ K เช่น ส้ม บรอกโคลี ผักโขม

  3. นอนหลับเพียงพอ

  4. หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดจัดและแอลกอฮอล์

แพทย์เตือนว่าไม่ควรยัดกระดาษแข็งเข้าไปในจมูกเพื่อห้ามเลือด เพราะอาจทำให้เยื่อบุฉีกขาดและติดเชื้อ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

แม้เลือดกำเดาไหลมักเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้งและไม่รุนแรง แต่หากเกิดบ่อย เลือดออกมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินและตรวจโรคอื่นที่อาจแฝงอยู่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล