นั่งทำงาน 8 ชั่วโมง/วัน เราสูดดม "อะไร" เข้าไปบ้าง? หมอแนะวิธีรอดก่อนร่างพัง!!

นั่งทำงาน 8 ชั่วโมง/วัน เราสูดดม "อะไร" เข้าไปบ้าง? หมอแนะวิธีรอดก่อนร่างพัง!!

นั่งทำงาน 8 ชั่วโมง/วัน เราสูดดม "อะไร" เข้าไปบ้าง? หมอแนะวิธีรอดก่อนร่างพัง!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภัยเงียบในออฟฟิศ! นั่งทำงาน 8 ชม. สูด "ฝุ่น-เชื้อรา" ไม่รู้ตัว หมอแนะวิธีรอดก่อนปอดพัง

(18 ก.พ. 69) มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลาย เคยสังเกตไหมว่าทำไมอยู่ออฟฟิศแล้วชอบจาม คัดจมูก หรือภูมิแพ้กำเริบ? ทั้งที่ห้องแอร์ก็ดูสะอาดสะอ้าน... ความจริงแล้ว โต๊ะทำงานที่คุณนั่งแช่อยู่กว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน อาจเป็น "สวรรค์ของไรฝุ่นและเชื้อรา" โดยที่คุณไม่รู้ตัว!

นพ.เหงียน ฮู เจือง (Dr. Nguyen Huu Truong) ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา จากโรงพยาบาลแบกมาย (Bach Mai Hospital) ได้ออกมาเตือนว่า การกำจัดฝุ่นให้หมดไป 100% นั้นเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถ "ลด" ปริมาณของมันได้ เพื่อกู้คืนสุขภาพปอดและประสิทธิภาพการทำงานกลับมา ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้:

1. อย่ากวาดแห้ง! ให้ "เช็ดเปียก" เท่านั้น

การใช้ไม้กวาดหรือไม้ขนไก่ปัดฝุ่น คือการทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายและลอยค้างในอากาศ ซึ่งเราจะสูดดมเข้าไปเต็มๆ

  • ทางแก้: ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดโต๊ะ คอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และของใช้ใกล้มือแทน

2. ระวัง "กับดักฝุ่น" ในออฟฟิศ

  • เอกสาร/กล่องกระดาษ: อย่าวางกองทิ้งไว้นานๆ เพราะเป็นที่อยู่ชั้นดีของ "แมลงสาบและไรฝุ่น"

  • ตู้เก็บของ: ควรใช้ตู้ที่มีบานพับปิดมิดชิด แทนชั้นวางของแบบเปิดโล่งที่สะสมฝุ่น

  • พรมและผ้าม่าน: แหล่งซ่อนฝุ่นตัวแม่! หากเป็นไปได้ควรใช้มู่ลี่ หรือพื้นไม้/กระเบื้องจะดีกว่า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ต้องดูดฝุ่นด้วยเครื่องที่มีไส้กรองได้มาตรฐานสม่ำเสมอ

3. ต้นไม้ฟอกอากาศ...อาจเป็นตัวก่อเชื้อรา?

การปลูกต้นไม้ในออฟฟิศช่วยให้สดชื่นจริง แต่ "ดินที่ชื้นแฉะ" และ "น้ำขังในจานรองกระถาง" คือโรงงานผลิตเชื้อราชั้นดี!

  • ทางแก้: รดน้ำแต่พอดี อย่าให้น้ำขัง และหมั่นนำต้นไม้ไปโดนแดดบ้าง เพื่อฆ่าเชื้อรา

4. แอร์...มิตรแท้หรือศัตรูถาวร?

เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ ถ้าไม่ล้างคือตัวพ่นเชื้อโรค!

  • ทางแก้: ต้องล้างไส้กรองแอร์ทุกๆ 3-6 เดือน และควรคุมความชื้นในห้องให้อยู่ต่ำกว่า 50% เพื่อยับยั้งการเติบโตของเชื้อรา

คุณหมอทิ้งท้ายว่า การจัดระเบียบออฟฟิศใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่คือการ "ลดการใช้ยาภูมิแพ้" และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว หากใครปรับเปลี่ยนแล้วอาการ จาม-น้ำมูกไหล-หายใจไม่อิ่ม ยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาต้นตอของสารก่อภูมิแพ้และรักษาอย่างถูกวิธี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล