หมอเตือน "แช่น้ำเกลือ" ล้างผัก-ผลไม้ (บางชนิด) เสี่ยงสารพิษซึมเข้าเนื้อ แนะวิธีที่ดีกว่า!!

หมอเตือน "แช่น้ำเกลือ" ล้างผัก-ผลไม้ (บางชนิด) เสี่ยงสารพิษซึมเข้าเนื้อ แนะวิธีที่ดีกว่า!!

หมอเตือน "แช่น้ำเกลือ" ล้างผัก-ผลไม้ (บางชนิด) เสี่ยงสารพิษซึมเข้าเนื้อ แนะวิธีที่ดีกว่า!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หยุดหาทำ! หมอเตือน "แช่น้ำเกลือ" ล้างสตรอว์เบอร์รี-บรอกโคลี ยิ่งทำยิ่งพัง เสี่ยงสารพิษซึมเข้าเนื้อ แนะวิธีล้างที่ถูกต้อง

(15 ก.พ. 69) เข้าสู่ช่วงฤดูกาลสตรอว์เบอร์รีและผักผลไม้สด หลายบ้านมักมีความกังวลเรื่องสารตกค้าง จึงสรรหาวิธีล้างสารพัดสูตร โดยเฉพาะความเชื่อยอดฮิตอย่าง "การแช่น้ำเกลือ" หรือ "น้ำผสมเบกกิ้งโซดา"

ล่าสุด พญ.ชิว เสี่ยวเฉิน (Dr. Chiu Hsiao-chen) สูตินารีแพทย์ ได้ออกมาเตือนผ่านเฟซบุ๊กว่า วิธีที่หลายคนทำอยู่นั้น "อาจให้ผลตรงกันข้าม" นอกจากจะล้างไม่สะอาดแล้ว ยังอาจทำให้สารพิษซึมลึกเข้าไปในผลไม้มากกว่าเดิม!

ทำไม "น้ำเกลือ" ถึงไม่ควรใช้?

คุณหมอชิว อธิบายว่า การใช้น้ำเกลือแช่ผักผลไม้ จะไปเปลี่ยนค่าแรงดันออสโมซิส (Osmotic Pressure) บนผิวของผลไม้

  • หากแช่นานเกินไป จะทำให้โครงสร้างเซลล์ผิวของผักผลไม้เสียหาย

  • เมื่อเกราะป้องกันตามธรรมชาติพังทลาย ยาฆ่าแมลงที่ละลายน้ำได้ อาจจะซึมย้อนกลับเข้าไปในเนื้อผลไม้

  • นอกจากนี้ยังทำให้รสสัมผัสเปลี่ยนไปและไม่อร่อย

"เบกกิ้งโซดา" ก็ไม่แนะนำ

แม้เบกกิ้งโซดาจะมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ที่ช่วยสลายยาฆ่าแมลงที่เป็นกรดได้บ้าง แต่ต้องใช้เวลานาน

  • สำหรับผลไม้บอบบางอย่าง สตรอว์เบอร์รี หรือ ผักใบเขียว การแช่เบกกิ้งโซดาจะทำให้ช้ำง่ายและเสียรสชาติ

  • ประสิทธิภาพในการล้างสารพิษจริงๆ นั้นมีจำกัด

ความลับของ "คราบขาว" บนองุ่น

หลายคนพยายามขัดถูคราบสีขาวขุ่นบนผิวองุ่นหรือบลูเบอร์รีเพราะกลัวว่าเป็นยาฆ่าแมลง แต่จริงๆ แล้วมันคือ "นวล" (Bloom) หรือไขเคลือบตามธรรมชาติของผลไม้

  • ทำหน้าที่ปกป้องผลไม้

  • อุดมไปด้วยสารอาหารและ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin)

  • คำแนะนำ: ไม่จำเป็นต้องขัดออก เพราะเป็นของดีที่มีประโยชน์

3 ขั้นตอน "ล้างผักผลไม้" ที่หมอแนะนำ (SOP)

คุณหมอแนะนำว่า หัวใจสำคัญของการล้างคือ "การไหลผ่านของน้ำ" (Physical Flushing) โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  1. แช่น้ำเปล่าก่อน (ห้ามเด็ดขั้ว): นำผักผลไม้ลงไปแช่ในน้ำสะอาดทั้งลูก โดย ยังไม่ต้องตัดขั้วหรือหั่น แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

  2. ล้างผ่านน้ำไหล: เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านเบาๆ

    • ผักใบ: คลี่ใบออกแล้วล้างไล่ไปจนถึงโคน

    • ผลไม้ผิวไม่เรียบ (สตรอว์เบอร์รี): ให้น้ำไหลผ่านซอกมุมเพื่อชะล้างสิ่งสกปรก (อาจใช้แปรงขนอ่อนช่วยปัดเบาๆ ได้)

  3. ตัดแต่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย: เมื่อล้างสะอาดแล้ว ค่อยเด็ดขั้วหรือหั่น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีซึมเข้าสู่เนื้อผลไม้ผ่านรอยตัด

สุดท้ายนี้ การล้างผักผลไม้ให้สะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำยาพิเศษหรือสูตรลับใดๆ แต่หัวใจสำคัญคือ 'ขั้นตอนที่ถูกต้อง' เพียงแค่จำหลักการง่ายๆ ว่า 'แช่ก่อน-ล้างน้ำไหล-แล้วค่อยตัด' เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากสารตกค้าง และทำให้ทุกคนในครอบครัวทานของอร่อยได้อย่างสบายใจไร้กังวล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล