คำเตือน 4 ถั่ว-ธัญพืช กินเพลิน "ทำลายตับ" เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว แต่หลายคนยังคิดว่าดี!!!

คำเตือน 4 ถั่ว-ธัญพืช กินเพลิน "ทำลายตับ" เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว แต่หลายคนยังคิดว่าดี!!!

คำเตือน 4 ถั่ว-ธัญพืช กินเพลิน "ทำลายตับ" เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว แต่หลายคนยังคิดว่าดี!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นึกว่าดีต่อสุขภาพ? กินถั่ว 4 แบบนี้ "ทำลายตับ" โดยตรง เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งมาไม่รู้ตัว เลิกได้เลิก!

คนจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียวคือสาเหตุหลักของ "โรคตับ" หรือ "มะเร็งตับ" แต่ในความเป็นจริง แม้คนที่ทั้งชีวิตไม่เคยแตะต้องของมึนเมาเลย ก็อาจป่วยเป็นโรคตับร้ายแรงได้ หากรับประทานอาหารบางชนิดมากเกินไป โดยเฉพาะธัญพืช 4 ประเภทนี้ที่แพทย์เตือนว่าอันตรายยิ่งกว่าแอลกอฮอล์

ข้อมูลจาก GLOBOCAN 2022 ระบุว่า มะเร็งตับเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยและคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก โดยพบผู้ป่วยรายใหม่กว่า 860,000 ราย ซึ่งโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยรู้ตัวเมื่อสายเกินไป ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน

1. ถั่วและธัญพืชที่ขึ้นรา (เสี่ยงสารอัลฟาทอกซิน)

ถั่วลิสง ข้าวโพด หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หากเก็บรักษาไม่ดีในที่ชื้น จะเกิดเชื้อราที่ผลิตสารพิษชื่อว่า "อัลฟาทอกซิน" (Aflatoxin) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงมาก

สารพิษชนิดนี้จะเข้าไปทำลายเซลล์ตับโดยตรง ก่อให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังและตับแข็ง ที่น่ากลัวคือความร้อนจากการปรุงอาหารทั่วไปไม่สามารถทำลายสารนี้ได้ การฝืนกินถั่วที่เริ่มมีราขึ้นเพียงเล็กน้อย จึงเท่ากับสะสมพิษร้ายเข้าสู่ตับโดยตรง

2. ถั่วแปรรูปที่เคลือบน้ำตาลและน้ำมัน

ถั่วอบน้ำผึ้ง ถั่วเคลือบน้ำตาล หรือถั่วทอดกรอบ มักอุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมันคุณภาพต่ำ เมื่อรับประทานเข้าไป ตับจะต้องทำงานหนักเพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกินเหล่านี้ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะ "ไขมันพอกตับ"

หากปล่อยให้ไขมันสะสมในตับเป็นเวลานาน จะนำไปสู่การอักเสบ ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วนและเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ตับเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น

3. ธัญพืชที่มีสารพิษตามธรรมชาติ (หากไม่ปรุงสุก)

ธัญพืชบางชนิด เช่น อัลมอนด์ขม (Bitter Almond) หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ มีสารประกอบตามธรรมชาติที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น "ไซยาไนด์" ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาทและทำให้ตับอักเสบเฉียบพลันจากการพยายามกำจัดพิษ

หากรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อนหรือกระบวนการกำจัดพิษที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ แพ้รุนแรง และทำให้เซลล์ตับเสียหายในระยะยาวได้ จึงควรระมัดระวังและเลือกซื้อจากแหล่งที่ผลิตได้มาตรฐาน

4. ถั่วที่มีรสเค็มจัด (โซเดียมสูง)

ถั่วคั่วเกลือหรือถั่วปรุงรสที่เน้นรสชาติเค็มมัน เป็นภัยเงียบที่สร้างภาระหนักให้ทั้ง "ตับ" และ "ไต" การรับประทานโซเดียมมากเกินไปจะทำให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ตับช้าลง และเกิดภาวะบวมน้ำ

การติดกินเค็มเป็นประจำ ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อโรคตับแข็ง แต่ยังเพิ่มความดันโลหิตและเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับอยู่แล้ว ยิ่งต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

คำแนะนำจากแพทย์เพื่อดูแลตับ

ตับเป็นอวัยวะที่แข็งแกร่งแต่ก็เปราะบางต่อสารพิษสะสม เพื่อถนอมตับให้แข็งแรง แพทย์แนะนำให้เน้นทานอาหารปรุงสุกใหม่ ลดการปรุงแต่งรสจัด ควบคุมปริมาณน้ำตาลและเกลือ และหันมาทานผักตระกูลกะหล่ำหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้ ควรลดการทานเนื้อแดงแล้วหันมาทานโปรตีนจากปลาหรือพืชแทน ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยตับขับสารพิษ และหากมีอาการผิดปกติ เช่น เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของตับทันที

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล