ย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือด ประเทศเดียวที่ประชาชนจับ "ผู้นำ" มาทำเมนูเปิบพิสดาร

ย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือด ประเทศเดียวที่ประชาชนจับ "ผู้นำ" มาทำเมนูเปิบพิสดาร

ย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือด ประเทศเดียวที่ประชาชนจับ "ผู้นำ" มาทำเมนูเปิบพิสดาร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ย้อนรอยประวัติศาสตร์เลือด "เนเธอร์แลนด์" ประเทศเดียวที่ประชาชนจับ "ผู้นำ" มาถลกหนังและกินเนื้อ

คุณเคยโมโหผู้นำประเทศจนอยากจะ "กินเลือดกินเนื้อ" ไหม? คำเปรียบเปรยนี้อาจฟังดูเกินจริงสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 17 มันคือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อประชาชนโกรธแค้นผู้นำของตนเองถึงขีดสุด จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่สยดสยองที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

ปีแห่งหายนะและจุดจบของ Johan de Witt

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1672 หรือที่ชาวดัตช์เรียกกันว่า "Rampjaar" (ปีแห่งหายนะ) เนเธอร์แลนด์ต้องเผชิญศึกรอบด้าน ทั้งสงครามกับอังกฤษและฝรั่งเศสที่บุกเข้ามาพร้อมกัน ทำให้บ้านเมืองระส่ำระสาย ประชาชนหวาดกลัวและโกรธแค้น ผู้ที่ต้องรับจบในสถานการณ์นี้คือ Johan de Witt (โยฮัน เดอ วิทท์) ผู้นำรัฐที่ครองอำนาจมายาวนานเกือบ 20 ปี

แม้ เดอ วิทท์ จะเป็นนักคณิตศาสตร์และรัฐบุรุษที่เคยพาประเทศเข้าสู่ยุคทองทางการค้า แต่เขาเป็นขั้วตรงข้ามกับราชวงศ์ออเรนจ์ (House of Orange) อย่างชัดเจน เมื่อเกิดวิกฤตสงคราม กลุ่มผู้สนับสนุนเจ้าชายวิลเลียมแห่งออเรนจ์จึงปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังเขา โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวทั้งหมด

iStockphotoเจ้าชายวิลเลียมแห่งออเรนจ์

จากผู้นำสูงสุด สู่เมนูเปิบพิสดาร

ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อ Cornelis พี่ชายของ เดอ วิทท์ ถูกจับเข้าคุกด้วยข้อหาเท็จ ในวันที่ 20 สิงหาคม 1672 เดอ วิทท์ เดินทางไปเยี่ยมพี่ชายที่คุกในกรุงเฮก แต่กลับพบว่ามีฝูงชนที่บ้าคลั่งดักรออยู่ ทั้งสองพี่น้องถูกลากออกมาทารุณกรรม ถูกยิง และถูกแขวนคอประจานอย่างโหดเหี้ยม

แต่สิ่งที่ทำให้โลกต้องจารึกคือเหตุการณ์หลังจากนั้น เมื่อความโกรธแค้นทำให้ฝูงชนขาดสติ พวกเขาเริ่มชำแหละร่างไร้วิญญาณของสองพี่น้อง บางบันทึกระบุว่ามีการควักเครื่องใน โดยเฉพาะ "ตับ" ออกมาย่างกินกันสดๆ ท่ามกลางความสะใจ ถือเป็นจุดจบที่น่าสยดสยองที่สุดของผู้นำประเทศเท่าที่เคยมีมา

โยฮัน เดอ วิทท์iStockphotoโยฮัน เดอ วิทท์

ความจริงที่ชาวเน็ตยังไม่อยากเชื่อ

เรื่องราวนี้ถูกนำกลับมาพูดถึงในโลกออนไลน์อีกครั้ง ทำเอาชาวเน็ตยุคใหม่หลายคนถึงกับงงและถามซ้ำว่าพิมพ์ผิดจากคำว่า "Beaten" (ถูกทุบตี) เป็น "Eaten" (ถูกกิน) หรือเปล่า แต่คำตอบคือเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์วิปโยคนั้นเพียง 6 วัน เจ้าชายวิลเลียมแห่งออเรนจ์ก็ก้าวขึ้นสู่อำนาจเพื่อจัดระเบียบความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล