ราคาทองวันนี้พุ่งทะลุ 8 หมื่น ลุ้นแตะ 1 แสน อ่านก่อน ซื้อหรือถอยดี มีโอกาสโดนทุบไหม?

ราคาทองวันนี้พุ่งทะลุ 8 หมื่น ลุ้นแตะ 1 แสน อ่านก่อน ซื้อหรือถอยดี มีโอกาสโดนทุบไหม?

ราคาทองวันนี้พุ่งทะลุ 8 หมื่น ลุ้นแตะ 1 แสน อ่านก่อน ซื้อหรือถอยดี มีโอกาสโดนทุบไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ราคาทองวันนี้พุ่งทะลุ 8 หมื่นบาท ลุ้นแตะ 1 แสนหรือไม่ เจาะปัจจัยเสี่ยงและโอกาสทุบขายเร็วๆ นี้

ราคาทองคำในประเทศไทยเช้าวันนี้ (29 มกราคม 2569) สร้างความฮือฮาให้กับนักลงทุนและประชาชนทั่วไปอย่างมาก โดยข้อมูลล่าสุดจาก สมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 12:32 น. ระบุว่าราคาทองคำแท่ง 96.5% มีราคารับซื้ออยู่ที่ 81,500 บาท และขายออกที่ 81,600 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงถึง 3,900 บาทจากวันก่อนหน้า ส่วนทองรูปพรรณราคาขายออกพุ่งไปแตะที่ 82,400 บาท เรียบร้อยแล้ว สถานการณ์นี้สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) ที่ทะยานขึ้นเหนือระดับ 5,555 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลในสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ตึงเครียด ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทั่วโลกต่างแย่งชิงกันถือครองในเวลานี้

เปิดปัจจัยหลัก ดันราคาทองพุ่งไม่หยุด

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศอย่าง Reuters และ CNBC ระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำกว่า 18-27% ตั้งแต่ต้นปี 2569 เกิดจากแรงกดดันหลายด้านที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ดังนี้:

  • เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหนัก: นโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากคู่ค้าสำคัญอย่างจีน เกาหลีใต้ และแคนาดา ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามามากขึ้น
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา, ท่าทีต่ออิหร่าน, ปัญหาในยูเครน รวมถึงความพยายามในการผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินทั่วโลกอย่างหนัก
  • ความผันผวนของตลาดหุ้น: ดัชนี VIX หรือดัชนีความกลัว ปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนความกังวลเรื่องการ Shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ และความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจถูกแทรกแซงความเป็นอิสระ

ราคาทองไทย มีโอกาสทะลุ 1 แสนบาทหรือไม่?

คำถามสำคัญที่นักลงทุนเฝ้ารอคำตอบคือ ราคาทองคำแท่งในไทยจะไปถึงบาทละ 100,000 บาทได้หรือไม่ จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญจาก MTS Gold และ YLG Bullion ประเมินว่า หากราคาทองคำโลกสามารถพุ่งไปถึงระดับ 6,700-7,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาทองไทยจะขยับขึ้นไปแตะระดับแสนบาท อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นถึงกลางปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองกรอบราคาไว้ที่ประมาณ 88,000-90,000 บาท โดยปัจจัยที่จะขับเคลื่อนให้ราคาไปถึงจุดนั้นได้ คือการอ่อนค่าของเงินบาทควบคู่ไปกับการพุ่งขึ้นของราคาทองโลก และหากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ หรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยรุนแรงจนเฟดต้องลดดอกเบี้ยแบบฉุกเฉิน ราคาทองคำก็อาจมีแรงส่งให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้

ความเสี่ยงต้องระวัง: มีโอกาสโดน "ทุบขาย" หรือไม่?

แม้แนวโน้มหลักจะเป็นขาขึ้น แต่ผู้ลงทุนไม่ควรประมาท เพราะมีความเสี่ยงที่ราคาอาจถูกเทขายทำกำไรอย่างรุนแรงได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากเกิดสถานการณ์ดังต่อไปนี้:

  • สถานการณ์โลกคลี่คลาย: หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และคู่ขัดแย้งประสบผลสำเร็จ หรือความตึงเครียดทางสงครามลดลง นักลงทุนอาจเทขายทองคำเพื่อโยกเงินกลับไปสินทรัพย์เสี่ยง
  • นโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ผล: หากมาตรการของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับมาแข็งแกร่งและดอลลาร์ฟื้นตัว ราคาทองคำอาจปรับฐานลงแรงได้ถึง 15-30%

ใครคือผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด?

ข้อมูลล่าสุดในปี 2569 จาก World Gold Council ระบุว่า ประเทศที่มีทุนสำรองทองคำมากที่สุดในโลกยังคงเป็น สหรัฐอเมริกา ที่ถือครองกว่า 8,133 ตัน ตามมาด้วยเยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน ซึ่งธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ต่างสะสมทองคำเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว สรุปแล้ว การลงทุนในทองคำช่วงเวลานี้มีโอกาสทำกำไรสูงแต่ก็มาพร้อมความผันผวนที่รุนแรง ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารรายวันอย่างใกล้ชิดและไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปในสินทรัพย์เดียว เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากตลาดมีการกลับตัวกะทันหัน

แหล่งอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล