วัชพืช "ไร้ค่า" คนรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ วิจัยเผยช่วยบำรุงสมอง รักษาพาร์กินสัน

วัชพืช 1 ชนิด ถูกมองไร้ค่า ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ วิจัยเผยช่วยบำรุงสมอง รักษาโรคพาร์กินสัน
ในอดีตหากพูดถึง "หมามุ่ย" ภาพจำของคนไทยและคนอีกหลายประเทศทั่วโลกคือ "วัชพืชป่า" ตัวร้ายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ด้วยพิษจากขนอ่อนที่ฝักซึ่งหากไปสัมผัสเพียงนิดเดียวจะก่อให้เกิดอาการคันและแสบร้อนผิวหนังอย่างรุนแรง ทำให้ในสมัยก่อนหมามุ่ยถูกมองว่าเป็นพืชไร้ค่าที่ต้องถูกกำจัดทิ้งสถานเดียว
แต่ในปัจจุบัน มุมมองที่มีต่อหมามุ่ยได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดของวัชพืชชนิดนี้ จนยกระดับให้หมามุ่ยกลายเป็นสมุนไพรราคาแพงที่ตลาดโลกต้องการ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารเสริมและยาบำรุงสมอง
สาร L-Dopa หัวใจสำคัญในการรักษาโรคพาร์กินสัน
งานวิจัยสมัยใหม่พบว่าเมล็ดหมามุ่ย (Mucuna pruriens) อุดมไปด้วยสาร L-Dopa (Levodopa) ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ร่างกายใช้ในการผลิต "โดพามีน" (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว อารมณ์ และความรู้สึกมีความสุข
โรคพาร์กินสันเกิดจากการที่สมองขาดโดพามีน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง การใช้สารสกัดจากเมล็ดหมามุ่ยจึงถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการช่วยรักษาและบรรเทาอาการของผู้ป่วยพาร์กินสันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการช่วยลดความเครียด และทำให้นอนหลับได้สนิทขึ้น

สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพและฮอร์โมนเพศชาย
ไม่เพียงแต่เรื่องของสมองเท่านั้น ในตลาดอาหารเสริมฝั่งตะวันตก หมามุ่ยยังถูกยกย่องให้เป็นสมุนไพรชั้นเลิศในการเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และเพิ่มคุณภาพของอสุจิ นักโภชนาการจากสถาบันสุขภาพระดับสากล พบว่าการบริโภคสารสกัดจากหมามุ่ยอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ด้วยสรรพคุณที่รอบด้านนี้เอง ทำให้หมามุ่ยถูกนำมาแปรรูปเป็นสารสกัดบรรจุแคปซูลวางจำหน่ายในราคาสูง โดยในต่างประเทศอาจมีราคาสูงถึงหลักพันบาทต่อกระปุก เปลี่ยนภาพลักษณ์จากวัชพืชริมทางสู่ "ทองคำแห่งป่า" ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรที่เพาะปลูกอย่างเป็นระบบ
ข้อควรระวัง: หมามุ่ยไทย vs หมามุ่ยอินเดีย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำว่าหมามุ่ยที่มีผลงานวิจัยรองรับชัดเจนและนิยมนำมาทำยาคือ "หมามุ่ยสายพันธุ์อินเดีย" ซึ่งมีปริมาณสารสำคัญที่เสถียรกว่าหมามุ่ยป่าของไทย และที่สำคัญที่สุดคือห้ามรับประทานหมามุ่ยแบบสุกๆ ดิบๆ หรือเด็ดมากินเองโดยไม่ผ่านกระบวนการสกัดที่ถูกต้อง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้
การเปลี่ยนจากพืชที่น่ารังเกียจสู่ยาวิเศษของสมอง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าธรรมชาติยังมีขุมทรัพย์ทางปัญญาอีกมากมายที่รอให้มนุษย์ค้นพบและนำมาใช้ประโยชน์อย่างถูกวิธี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
