พืช 1 ชนิด ประทังชีวิตคนจน สู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับจักรวาล ถูกส่งไปเป็นอาหารนอกโลก!

พืช 1 ชนิด ประทังชีวิตคนจน สู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับจักรวาล ถูกส่งไปเป็นอาหารนอกโลก!

พืช 1 ชนิด ประทังชีวิตคนจน สู่ซูเปอร์ฟู้ดระดับจักรวาล ถูกส่งไปเป็นอาหารนอกโลก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจาะลึก "ควินัว" พืชของคนจน ปัจจุบันซูเปอร์ฟู้ดระดับจักรวาล คุณค่าทางโภชนาการสูง จนถูกส่งไปเป็นอาหารนอกโลก

ใครจะเชื่อว่า "ควินัว" (Quinoa) เมล็ดพืชจิ๋วที่ปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็นสุดยอดอาหารสุขภาพและมีราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง ครั้งหนึ่งเคยถูกตีค่าว่าเป็นเพียง "อาหารของคนจน" และเกือบจะถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ค้นพบความลับทางโภชนาการที่เหนือชั้น จนเลือกให้เป็นแหล่งอาหารหลักสำหรับนักบินอวกาศในภารกิจระยะยาว

ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ควินัวเป็นพืชโบราณจากเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ ซึ่งชาวอินคาให้การเคารพบูชาในฐานะ "มารดาธัญพืช" มานานกว่า 5,000 ปี เนื่องจากเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาอยู่รอดในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ด้วยคุณสมบัติที่ปลูกง่ายและมีความทนทานสูงต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน แม้ในพื้นที่ที่ยากต่อการทำเกษตรกรรมพืชชนิดอื่น

ที่น่าสนใจคือ แม้จะมักถูกเรียกว่าเป็นธัญพืช แต่ควินัวแท้จริงแล้วเป็น "ธัญพืชเทียม" (Pseudocereal) เนื่องจากไม่ได้อยู่ในตระกูลหญ้าเหมือนข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต หรือข้าวบาร์เลย์ แต่เป็นพืชตระกูลเดียวกับผักโขม และบีทรูท ส่วนที่เรารับประทานคือเมล็ดของพืช

ทุ่งควินัวกลางหุบเขาในเปรู

รากเหง้าที่ถูกกดทับ: พืชศักดิ์สิทธิ์ที่กลายเป็นอาหารชั้นต่ำ

ในยุคที่สเปนเข้ามาล่าอาณานิคม ในช่วงศตวรรษที่ 16 หลังการพิชิตอาณาจักรอินคา สเปนได้พยายามลดบทบาทของข้าวพื้นเมืองและวัฒนธรรมของชาวพื้นเมืองลง ซึ่งรวมถึงการปลูกและบริโภค ควินัว ด้วย โดยสเปนมองควินัวว่าเป็นพืชที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมดั้งเดิมและเป็น “อาหารของชนพื้นเมือง” มากกว่าอาหารของคนคริสต์หรือชนชั้นสูง จึงส่งเสริมให้ปลูกธัญพืชจากยุโรปแทน เช่น ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ ทำให้พื้นที่เพาะปลูกควินัวลดลงอย่างมากในยุคแรกของการปกครองอาณานิคม

มีหลักฐานหลายแหล่งที่ระบุว่า

  • ชาวสเปนมองควินัวว่าเป็น “พืชของคนพื้นเมือง” ที่เชื่อมโยงกับศาสนาและพิธีกรรมดั้งเดิม และพยายามลดการใช้และปลูกมันในพื้นที่ที่ควบคุม

  • ในบางแหล่งยังบอกว่าผู้พิชิตสเปน “ทำลายแปลงควินัว” และพยายามเปลี่ยนไปปลูกพืชยุโรป ซึ่งส่งผลให้การปลูกควินัวลดลงในเขตเมืองและศูนย์กลางอาณานิคม

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกกดทับในระดับทางสังคมและเกษตรบางช่วง แต่ชุมชนท้องถิ่นยังคงปลูกควินัวไว้ในพื้นที่สูงและรักษาสายพันธุ์ของตน ทำให้เมล็ดนี้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา และยังคงเป็นอาหารพื้นฐานของชาวแอนดีสมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเปลี่ยนสำคัญ: เมื่อ NASA รับรองความเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด"

การก้าวเข้าสู่สถานะระดับโลกเริ่มต้นขึ้นในปี 1993 เมื่อรายงานของ NASA ระบุว่าควินัวเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงสำหรับระบบสนับสนุนชีวิต (Controlled Ecological Life Support Systems) ผลการวิจัยพบว่าควินัวมีองค์ประกอบทางสารอาหารที่สมบูรณ์แบบและสมดุลที่สุดชนิดหนึ่งของโลก โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้

  • โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein): มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ยากมากในพืชทั่วไป ทำให้เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงเทียบเท่าเนื้อสัตว์
  • แร่ธาตุอัดแน่น: อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการรักษามวลกระดูกของนักบินอวกาศในสภาวะไร้น้ำหนัก
  • ปราศจากกลูเตน (Gluten-free): เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนและผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ใยอาหารสูง: ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและทำให้รู้สึกอิ่มนาน ใยอาหารชนิดละลายน้ำยังสามารถเข้าไปช่วยในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ปรากฏการณ์ราคากับตลกร้าย

ตั้งแต่ปี 2006-2013 ความต้องการจากฝั่งตะวันตก อเมริกาและยุโรป พุ่งสูงมาก จนราคาควินัวดีดขึ้นถึงหลายเท่าตัว ตลกร้ายคือราคาที่แพงมหาศาลทำให้เกษตรกรชาวพื้นเมืองในเปรูและโบลิเวียที่ปลูกควินัวเองแท้ ๆ กลับ "ไม่มีปัญญาซื้อควินัวกิน" และต้องหันไปกินอาหารขยะหรือพาสต้าราคาถูกแทน เพราะการขายควินัวออกไปได้เงินเยอะกว่าการเก็บไว้กินเอง

จากอวกาศสู่กระแสสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงของโลก

ความสนใจจาก NASA ส่งผลให้ควินัวกลายเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในปี 2013 สหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศให้เป็น "ปีสากลแห่งควินัว" เพื่อรณรงค์เรื่องความมั่นคงทางอาหาร ความนิยมนี้ทำให้ราคาควินัวพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปี 2000-2010 ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในโบลิเวีย เปรู และเอกวาดอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้คนในภูมิภาคเดิมต้องซื้ออาหารหลักในราคาที่สูงขึ้นตามกลไกตลาด

ปัจจุบันควินัวถูกนำไปรังสรรค์ในเมนูสุขภาพทั่วโลก ตั้งแต่สลัดไปจนถึงอาหารระดับมิชลินสตาร์ ความสำเร็จของควินัวคือบทพิสูจน์ว่าภูมิปัญญาโบราณเมื่อผสานกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ สามารถสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่จากเมล็ดพืชที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองข้ามได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล