วิจัยญี่ปุ่นพบ พืช 1 ชนิด ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ใน 24 ชั่วโมง ฮีโร่ระบบขับถ่าย ปกป้องตับ

"มันเทศ" ประโยชน์มหาศาล วิจัยพบช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ 40% ใน 24 ชั่วโมง พร้อมช่วยบำรุงตับและลดน้ำหนัก
ท่ามกลางอากาศหนาว กลิ่นหอมหวานของ "มันเทศเผา" มักจะดึงดูดใจผู้คนได้เสมอ มันเทศเป็นอาหารที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นมันเชื่อม หรือต้มน้ำขิง แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากความอร่อยแล้ว มันเทศยังถูกยกให้เป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีคุณสมบัติด้านการรักษาสุขภาพอย่างยอดเยี่ยม จนงานวิจัยล่าสุดจากญี่ปุ่นต้องนำกลับมาตีแผ่ให้ชาวโลกได้รับรู้
วิจัยญี่ปุ่นชี้! กินมันเทศช่วยเคลียร์ขยะในลำไส้ได้ถึง 40%
มหาวิทยาลัยซึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดเผยผลการศึกษาที่น่าสนใจว่า การรับประทานมันเทศนึ่งปริมาณ 250 กรัมต่อวัน สามารถช่วยขับของเสียออกจากลำไส้ได้ถึง 40% ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการเคลื่อนตัวของลำไส้ได้ถึง 34% และเพิ่มปริมาณการขับถ่ายเกือบ 40% ซึ่งให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการออกกำลังกายอย่างหนัก
ความลับของมันเทศอยู่ที่ "แป้งทนการย่อย (Resistant Starch - RS3)" ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อลำไส้โดยตรง แต่ยังเป็น "อาหาร" ให้กับจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ เพื่อผลิตกรดไขมันสายสั้นอย่าง "กรดบิวทีริก" (Butyric Acid) ที่ช่วยซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้และปรับสมดุลสภาพแวดล้อมภายในระบบทางเดินอาหารให้ดีขึ้น

ปัญหาของคนยุคใหม่: ทำไมกินมันเทศอย่างเดียวอาจไม่พอ?
แม้ว่ามันเทศจะมีประโยชน์มาก แต่หลายคนพบว่าการกินมันเทศในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือได้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคนยุคใหม่มักมีพฤติกรรมการกินอาหารมันและพักผ่อนไม่เป็นเวลา ทำให้สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เสียไป ส่งผลให้ขาดจุลินทรีย์ที่จะมาย่อยแป้งทนการย่อยให้กลายเป็นกรดบิวทีริกที่มีประโยชน์
นอกจากนี้ มันเทศยังมีปริมาณน้ำตาลและกากใยสูง หากรับประทานมากเกินไปในกลุ่มคนที่ลำไส้อ่อนแอ อาจนำไปสู่การสะสมของแก๊สและความไม่สบายตัวได้ นักวิทยาศาสตร์จึงมีการพัฒนาแนวทาง "เติมจุลินทรีย์ + เสริมกรดดี" เพื่อให้การฟื้นฟูลำไส้และลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับคนเมืองที่มีเวลาน้อย
ไม่ได้มีดีแค่เรื่องขับถ่าย แต่ยัง "บำรุงตับ" และ "ช่วยผิวสวย"
จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่ามันเทศมีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- บำรุงตับ: มันเทศมี "โคลีน" (Choline) ซึ่งเป็นสารควบคุมการเผาผลาญไขมันตามธรรมชาติ ช่วยในการสลายและขนส่งไขมันในตับ ป้องกันภาวะไขมันพอกตับ
- ดัชนีน้ำตาลต่ำ: แม้จะเป็นคาร์โบไฮเดรตแต่มันเทศมีค่า GI ต่ำกว่าข้าวขาวหรือขนมปังขาว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงอย่างรวดเร็วหลังรับประทาน
- ผิวพรรณสดใส: อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างคอลลาเจน และบำรุงสายตา
- คุมน้ำหนัก: กากใยที่สูงช่วยให้อิ่มท้องนาน ลดการกินจุกจิกได้ดี
บทสรุปการรับประทานมันเทศอย่างถูกวิธี
การเลือกมันเทศเป็นส่วนหนึ่งของมื้อหลักแทนข้าวขาวหรือขนมปังขัดสี เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการรักษาสุขภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตามควรเน้นวิธีการปรุงด้วยการนึ่งหรือต้มแทนการทอด และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เช่น โยเกิร์ต เพื่อให้ระบบลำไส้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
มันเทศแต่ละสี เหลือง ส้ม ม่วง ประโยชน์แตกต่างกันอย่างไร เลือกสีไหนดีกว่า?
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี