อุทาหรณ์ ไรเดอร์วัย 39 ไม่ดื่มเหล้าแต่ "ตับพังยับ" หมอชี้เป้า 3 เมนูมื้อเที่ยง ที่กินบ่อยมาก!

อุทาหรณ์ไรเดอร์วัย 39 หมอเตือนให้เลิกด่วน! 3 นิสัยกินมื้อเที่ยง ทำลายตับเงียบๆ เสี่ยง "ไขมันพอกตับ" โดยไม่รู้ตัว
งานวิจัยชี้ว่าตับที่ถูกทำลายอาจมีจุดเริ่มต้นมาจากมื้ออาหารที่เราทานทุกวัน โดยเฉพาะมื้อเที่ยงที่หลายคนเน้นความรวดเร็ว จนลืมคำนึงถึงผลเสียต่อสุขภาพ กรณีศึกษาของหนุ่มพนักงานส่งของวัย 39 ปี เป็นอุทาหรณ์ชั้นดีที่ทำให้เห็นว่าการเลือกกินผิด ชีวิตเปลี่ยนได้
นายจาง (นามสมมติ) ชายชาวจีนวัย 39 ปี ประกอบอาชีพพนักงานส่งของ ชีวิตประจำวันของเขาเต็มไปด้วยความเร่งรีบ มื้อเที่ยงมักจบลงด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ดง่ายๆ เพื่อจะได้รีบกลับไปทำงานต่อ แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างขับรถกลับบ้าน เขารู้สึกชาที่แขนซ้าย แน่นหน้าอก และหายใจติดขัด จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
ไม่ดื่มเหล้าแต่ค่าตับพุ่งสูง
ผลการตรวจเลือดพบว่าค่าเอนไซม์ตับ (ALT และ AST) สูงผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตับกำลังได้รับความเสียหาย แพทย์ระบุว่านี่ไม่ใช่โรคตับเฉียบพลัน แต่เกิดจากการสะสมมานาน หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับและตับแข็งได้ ทั้งที่นายจางไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีประวัติกรรมพันธุ์
หลังจากซักประวัติการใช้ชีวิตอย่างละเอียด แพทย์พบว่าสาเหตุหลักมาจาก "มื้อเที่ยง" ที่เขาทานเป็นประจำตลอดหลายปี โดยมี 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว ดังนี้
1. ติดอาหารฟาสต์ฟู้ดและของทอดน้ำมันเยิ้ม
ด้วยความที่ต้องทำเวลา เมนูหลักของเขาจึงหนีไม่พ้นไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ หรือข้าวราดแกงที่มีน้ำมันเยอะ อาหารเหล่านี้แม้จะอิ่มท้องเร็ว แต่เป็นภาระหนักสำหรับตับในการเผาผลาญไขมัน การรับประทานไขมันมากเกินไปจะทำให้ตับทำงานหนักจนระบายออกไม่ทัน ก่อให้เกิดการสะสมไขมันในตับ
งานวิจัยระบุว่า ผู้ที่ทานอาหารฟาสต์ฟู้ดและอาหารพลังงานสูงเป็นประจำ มีความเสี่ยงไขมันพอกตับสูงกว่าคนที่ทานอาหารสมดุลถึง 50% ซึ่งภาวะนี้เป็นก้าวแรกไปสู่การอักเสบและตับแข็งในอนาคต
2. ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงคู่มื้ออาหาร
การดื่มชานมไข่มุกหรือน้ำอัดลมคู่กับมื้อเที่ยงกลายเป็นความเคยชินของใครหลายคน ตับมีหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลเป็นพลังงานสำรอง (Glycogen) แต่เมื่อได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ส่วนเกินเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับทันที
ผลตรวจของนายจางพบค่าไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งเกิดจากการกินน้ำตาลมากเกินไป การดื่มเครื่องดื่มรสหวานต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงโรคตับถึง 30-40% และยังสร้างสารอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ตับอีกด้วย
3. นิยมทานเนื้อสัตว์แปรรูป
ไส้กรอก เบคอน และลูกชิ้น มักเป็นส่วนประกอบหลักในมื้อเที่ยงแบบเร่งด่วน อาหารกลุ่มนี้มีไขมันอิ่มตัวสูงและมีเกลือโซเดียมเยอะ รวมถึงสารกันเสียอย่างไนไตรต์ ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นกลุ่มเสี่ยงก่อมะเร็ง
นอกจากความเสี่ยงเรื่องมะเร็งตับและลำไส้แล้ว ปริมาณเกลือที่สูงยังทำให้สมดุลการซึมผ่านในเซลล์ตับผิดปกติ เพิ่มภาระให้ตับต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัดสารตกค้างเหล่านี้
- ไทยมีครบ! 4 อาหารที่เป็น “ธนาคารเลือด” ตามธรรมชาติ เมนูอร่อย บำรุงโลหิต ประโยชน์ล้นๆ
- แพทย์อเมริกัน เตือนเครื่องครัวที่ “ควรทิ้ง” ซ่อนสารก่อมะเร็ง คนไทยหลายบ้านยังใช้!
ปรับพฤติกรรมกู้คืนสุขภาพตับ
ตับเป็นอวัยวะที่ "เงียบ" ที่สุด ในระยะแรกของการบาดเจ็บมักไม่แสดงอาการเตือน กรณีของนายจางถือว่าโชคดีที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนก่อนจะสายเกินไป แพทย์แนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนมื้อเที่ยงใหม่ โดยเน้นผัก ธัญพืช และโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลาหรืออกไก่ และลดของมันของทอด
หลังจากปรับพฤติกรรมและทานอาหารที่มีประโยชน์ได้ 3 เดือน ค่าตับของเขาก็กลับมาเป็นปกติ เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คนวัยทำงานหันมาใส่ใจ "มื้อเที่ยง" ของตัวเองให้มากขึ้น หลีกเลี่ยง 3 นิสัยการกินข้างต้น เพื่อถนอมตับให้อยู่กับเราไปนานๆ

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

