
กลายเป็นประเด็นฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อสำนักพระราชวังอังกฤษได้เปิดเผยรายงานทางการเงินประจำปีงบประมาณ 2024-2025 ซึ่งเผยให้เห็นตัวเลขรายได้มหาศาลของ เจ้าชายวิลเลียม (Prince William) และ เจ้าหญิงเคท (Kate Middleton) ที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงถึง 22.9 ล้านปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยราว 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลสมาชิกครอบครัวทั้ง 5 คน
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้คือเงินภาษีของประชาชน หรือเป็นเงินเดือนข้าราชการ แต่ความจริงแล้ว รายได้ก้อนนี้มาจากกองทุนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เรียกว่า "ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์" (Duchy of Cornwall)
กองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1337 (สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3) มีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้ของ "มกุฎราชกุมาร" หรือพระโอรสองค์โตของกษัตริย์ ครอบคลุมที่ดินกว่า 130,000 เอเคอร์ทั่วอังกฤษและเวลส์ ทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท)
เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นครองราชย์ในปี 2022 เจ้าชายวิลเลียมจึงได้รับสืบทอดสิทธิ์ในการบริหารและรับรายได้จากกองทุนนี้ต่อทันที ในฐานะเจ้าชายแห่งเวลส์
เงินจำนวน 22.9 ล้านปอนด์นี้ ไม่ได้เข้ากระเป๋าเจ้าชายวิลเลียมเพื่อใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ถูกนำไปจัดสรรสำหรับ:
ที่สำคัญ สำนักพระราชวังระบุว่า เจ้าชายวิลเลียมทรง "เสียภาษี" เงินได้จากส่วนนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากหักค่าใช้จ่ายทางราชการแล้ว ซึ่งแสดงถึงความโปร่งใสตามมาตรฐานราชวงศ์ยุคใหม่
นอกจากเรื่องเงินแล้ว ในปี 2026 ที่จะถึงนี้ ทั้งเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท จะได้รับบทบาทใหม่ที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจโลกอย่างมาก นั่นคือการเป็นผู้มีสิทธิ์มอบ "ตราตั้งห้างหุ้นส่วน" (Royal Warrants)
ตราสัญลักษณ์นี้เปรียบเสมือนเครื่องการันตีคุณภาพสูงสุดจากราชวงศ์อังกฤษ แบรนด์สินค้าใดที่ได้รับพระราชทาน จะสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ราชวงศ์บนสินค้าได้นาน 5 ปี ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางการตลาดมหาศาล โดยเฉพาะ เจ้าหญิงเคท ที่จะกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์คนแรกในรอบ 115 ปี (นับตั้งแต่พระราชินีแมรี ในปี 1910) ที่มีสิทธิ์มอบตรานี้ คาดว่าแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ทั่วโลกต่างจ้องตาเป็นมัน เพื่อหวังจะได้รับ "ใบรับประกัน" จากเจ้าหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแฟชั่น

อัลบั้มภาพ 35 ภาพ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :mirrormedia