ตำนานการทดลอง "ไม่นอน 11 วัน" ผลลัพธ์ออกมาสุดสะพรึง ชีวิตเปลี่ยนไปหลายสิบปี!

เรื่องราวบันลือโลกนี้ ไม่ใช่นิยายไซไฟ ไม่ใช่หนังสยองขวัญ แต่คือ “การทดลองจริง” ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์คนหนึ่งในปี 1963 ณ โรงเรียนมัธยม Point Loma รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเป็นการทดลองที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นยังต้องขนลุก
จุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มเด็กหนุ่มชาวอเมริกันที่ต้องการทำโปรเจกต์ส่งนิทรรศการวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน พวกเขาไม่ได้เลือกหัวข้อธรรมดา แต่ตั้งคำถามที่อันตรายอย่างยิ่งว่า “จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้ามนุษย์อดนอนติดต่อกันยาวนานถึง 15 วัน”
ตัวเลข 15 วันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะในเวลานั้น สถิติโลกของการอดนอนยาวนานที่สุดอยู่ที่ 260 ชั่วโมง หรือเกือบ 11 วัน หากทำสำเร็จ พวกเขาจะทำลายสถิติโลกในทันที แต่ก็หมายถึงการเอาชีวิตคนหนึ่งไปเสี่ยงกับสิ่งที่แทบไม่มีใครรู้ผลลัพธ์

เมื่อไอเดียถูกสรุป เด็กหนุ่มกลุ่มนี้ตัดสินใจใช้วิธีง่ายๆ แต่โหดร้ายในการเลือก “ผู้ทดลอง” นั่นคือ การเสี่ยงเหรียญ ผลออกมาว่า ผู้ที่ต้องอดนอนคือเด็กหนุ่มวัย 17 ปีชื่อ แรนดี การ์ดเนอร์ (Randy Gardner) ส่วนเพื่อนที่เหลือจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยเฝ้าดู
ในตอนแรก โปรเจกต์นี้ดูเหมือนการทดลองเล็กๆของเด็กมัธยมเท่านั้น แต่สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อข่าวการอดนอนของ แรนดี ไปเข้าหู ดร. วิลเลียม ซี. เดเมนท์ นักวิจัยด้านการนอนหลับชื่อดังจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
จากการทดลองสมัครเล่น มันกลายเป็นงานวิจัยที่ถูกจับตามองในทันที ดร. วิลเลียม เข้ามาเป็นที่ปรึกษา คอยวางแผน ควบคุม และพยายามทำให้การทดลอง “ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” แม้ในความเป็นจริง ไม่มีใครรู้เลยว่าร่างกายมนุษย์จะพังทลายไปแค่ไหน
ในเวลาเดียวกัน สื่อจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจ ผู้คนทั่วประเทศส่งกำลังใจให้ แรนดี เด็กหนุ่มธรรมดาที่กำลังเดินเข้าสู่ขอบเหวของขีดจำกัดมนุษย์

ระหว่างการทดลอง ทีมงานต้องใช้ทุกวิธีเพื่อไม่ให้ แรนดี หลับแม้แต่วินาทีเดียว เขาถูกบังคับให้เล่นพินบอล ทำกิจกรรมเบาๆตลอดเวลา ห้ามนอนราบโดยเด็ดขาด เพราะทันทีที่ร่างกายแตะพื้น นั่นคือความเสี่ยงที่จะหลับทันที แม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ เพื่อนๆยังต้องตะโกนคุยกับเขาไม่หยุด เพื่อกันไม่ให้เผลอวูบหลับในนั้น
ผลกระทบเริ่มปรากฏอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน นั่นก็คือ วันแรกและวันที่สอง แรนดี ยังดูปกติ ร่างกายเหมือนจะรับมือได้
วันที่สาม เขาเริ่มอารมณ์แปรปรวน พูดไม่ชัด และควบคุมตัวเองได้ยาก แต่ในวันที่สี่เป็นต้นไป ทุกอย่าง "เริ่มน่ากลัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"

แรนดี เริ่มมีอาการตาพร่ามัว โมโหง่าย ฉุนเฉียว หวาดระแวง และซึมเศร้า ช่วงท้ายของการทดลอง เขาเริ่ม เห็นภาพหลอน อย่างรุนแรง บ้านของตัวเองในสายตาเขากลายเป็นทางเดินกลางป่า เมื่อให้คำนวณตัวเลข เขาทำได้เพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะลืมไปทันทีว่า “ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
เมื่อถึงจุดนี้ ดร. วิลเลียม ตัดสินใจ สั่งยุติการทดลองทันที การอดนอนของ แรนดี ถูกจับเวลาไว้ที่ 264 ชั่วโมง 25 นาที หรือมากกว่า 11 วัน แม้จะไม่ถึงเป้าหมาย 15 วัน แต่ก็เพียงพอที่จะ ทำลายสถิติโลก ได้แล้ว
เหตุผลเดียวที่ต้องหยุด ไม่ใช่เพราะตัวเลข แต่เพราะ ความปลอดภัยของชีวิต ดร. วิลเลียม เชื่อว่า หากปล่อยต่อไป แรนดี อาจได้รับอันตรายร้ายแรง หรืออาจไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกเลย

หลังการทดลองสิ้นสุด แรนดี ถูกส่งตัวเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลทันที เขาหลับยาวต่อเนื่อง 14 ชั่วโมงเต็ม และต้องใช้เวลานานถึง 10 สัปดาห์ กว่าร่างกายจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ
แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านั้น ในเวลาต่อมา มีรายงานว่า แรนดี ประสบปัญหาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรง เขาหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืน และอาการนี้ติดตัวเขาไปยาวนานหลายสิบปี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลกระทบระยะยาวจากการทดลองอดนอนครั้งนั้น
ภายหลัง มีผู้คนจำนวนมากพยายามทำลายสถิติของ แรนดี บางรายอ้างว่าทำสำเร็จด้วยซ้ำ แต่ในที่สุด Guinness World Records ก็ประกาศยุติการรับรองสถิติที่เกี่ยวข้องกับการอดนอนทั้งหมด เหตุผลมีเพียงข้อเดียวก็คือ หากยังปล่อยให้มีการทำอะไรแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งอาจมีคนตายจริงๆ เพราะการไม่ได้นอนนั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี