ผลไม้ 1 ชนิดที่ควรกินตอนเหี่ยว น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ฉายาราชาแห่งน้ำผลไม้

ผลไม้ 1 ชนิดที่ควรกินตอนเหี่ยว น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ฉายาราชาแห่งน้ำผลไม้

ผลไม้ 1 ชนิดที่ควรกินตอนเหี่ยว น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ฉายาราชาแห่งน้ำผลไม้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"เสาวรส" ราชาแห่งน้ำผลไม้ น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง นักโภชนาการแนะนำให้กิน "ผลเหี่ยว" 

เสาวรส (Passion Fruit) ได้รับฉายาว่าเป็น "ราชาแห่งน้ำผลไม้" ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ช่วยให้สดชื่นตื่นตัว แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก ล่าสุดนักโภชนาการได้ออกมาแนะนำเทคนิคการทานเสาวรสให้ได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมเตือนคนบางกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการทานเป็นพิเศษ

ขุมทรัพย์สารอาหารใน "เสาวรส" กินแล้วดีอย่างไร?

นักโภชนาการ หลิน ลี่เฉิน (Lin Licen) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า เสาวรสเป็นผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) แต่มีใยอาหารสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อทานพร้อมเมล็ด จะมีไฟเบอร์สูงถึง 5.3 กรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งมากกว่าผักหลายชนิด ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย แก้ท้องผูก และช่วยให้อิ่มนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

  • วิตามินซีสูง: ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส เสริมสร้างคอลลาเจน และช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก
  • บำรุงสายตา: อุดมไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ช่วยปกป้องเยื่อบุต่างๆ และป้องกันอาการตาแห้ง
  • คุมความดัน: มีโพแทสเซียมสูง ช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ และรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่

เคล็ดลับความอร่อย: "ผิวเหี่ยว" คือของดี

หลายคนมักเลือกซื้อผลไม้ที่ผิวเต่งตึงสวยงาม แต่สำหรับเสาวรสแล้ว หากต้องการความหวานฉ่ำ แนะนำให้เลือกผลที่ "ผิวเหี่ยวย่น" เพราะผลที่ผิวเรียบตึงมักจะมีรสเปรี้ยวจัด หากซื้อมาแล้วยังเปรี้ยวอยู่ ให้วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสักพักจนเปลือกเริ่มเหี่ยว จะได้ทั้งความหอมและความหวานที่ลงตัวที่สุด

3 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องจำกัดปริมาณการกิน

แม้เสาวรสจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ ดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหาร: คนที่เป็นโรคกระเพาะ กระเพาะอักเสบ หรือกรดไหลย้อน ไม่ควรทานตอนท้องว่าง และควรเคี้ยวเมล็ดหรือปั่นให้ละเอียดก่อนกลืน หรือแยกเมล็ดออกเพื่อลดการระคายเคือง
  • ผู้ป่วยโรคไต: เนื่องจากเสาวรสมีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตจึงควรระมัดระวังและจำกัดปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผู้ป่วยเบาหวาน: แม้จะเป็นผลไม้ Low GI แต่ก็ยังมีน้ำตาลฟรุกโตส แนะนำให้ทานไม่เกินวันละ 2 ลูก (ประมาณ 1 ส่วนผลไม้) เพื่อไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

สรุปวิธีกินให้ได้ประโยชน์

เพื่อให้ได้ประโยชน์จาก เสาวรส สูงสุด แนะนำให้ทานทั้งเมล็ด เพราะใยอาหารส่วนใหญ่อยู่ที่เมล็ดสีดำ สำหรับคนทั่วไปสามารถทานเพื่อบำรุงผิวและสุขภาพหัวใจได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องสังเกตปัญหาสุขภาพของตนเองร่วมด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล