ผลไม้ 1 ชนิดที่ควรกินตอนเหี่ยว น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ฉายาราชาแห่งน้ำผลไม้

"เสาวรส" ราชาแห่งน้ำผลไม้ น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง นักโภชนาการแนะนำให้กิน "ผลเหี่ยว"
เสาวรส (Passion Fruit) ได้รับฉายาว่าเป็น "ราชาแห่งน้ำผลไม้" ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ช่วยให้สดชื่นตื่นตัว แต่ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก ล่าสุดนักโภชนาการได้ออกมาแนะนำเทคนิคการทานเสาวรสให้ได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมเตือนคนบางกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการทานเป็นพิเศษ
ขุมทรัพย์สารอาหารใน "เสาวรส" กินแล้วดีอย่างไร?
นักโภชนาการ หลิน ลี่เฉิน (Lin Licen) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า เสาวรสเป็นผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) แต่มีใยอาหารสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อทานพร้อมเมล็ด จะมีไฟเบอร์สูงถึง 5.3 กรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งมากกว่าผักหลายชนิด ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย แก้ท้องผูก และช่วยให้อิ่มนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
- วิตามินซีสูง: ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส เสริมสร้างคอลลาเจน และช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก
- บำรุงสายตา: อุดมไปด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ช่วยปกป้องเยื่อบุต่างๆ และป้องกันอาการตาแห้ง
- คุมความดัน: มีโพแทสเซียมสูง ช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ และรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่

เคล็ดลับความอร่อย: "ผิวเหี่ยว" คือของดี
หลายคนมักเลือกซื้อผลไม้ที่ผิวเต่งตึงสวยงาม แต่สำหรับเสาวรสแล้ว หากต้องการความหวานฉ่ำ แนะนำให้เลือกผลที่ "ผิวเหี่ยวย่น" เพราะผลที่ผิวเรียบตึงมักจะมีรสเปรี้ยวจัด หากซื้อมาแล้วยังเปรี้ยวอยู่ ให้วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องสักพักจนเปลือกเริ่มเหี่ยว จะได้ทั้งความหอมและความหวานที่ลงตัวที่สุด

3 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องจำกัดปริมาณการกิน
แม้เสาวรสจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ ดังนี้:
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหาร: คนที่เป็นโรคกระเพาะ กระเพาะอักเสบ หรือกรดไหลย้อน ไม่ควรทานตอนท้องว่าง และควรเคี้ยวเมล็ดหรือปั่นให้ละเอียดก่อนกลืน หรือแยกเมล็ดออกเพื่อลดการระคายเคือง
- ผู้ป่วยโรคไต: เนื่องจากเสาวรสมีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตจึงควรระมัดระวังและจำกัดปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์
- ผู้ป่วยเบาหวาน: แม้จะเป็นผลไม้ Low GI แต่ก็ยังมีน้ำตาลฟรุกโตส แนะนำให้ทานไม่เกินวันละ 2 ลูก (ประมาณ 1 ส่วนผลไม้) เพื่อไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป
สรุปวิธีกินให้ได้ประโยชน์
เพื่อให้ได้ประโยชน์จาก เสาวรส สูงสุด แนะนำให้ทานทั้งเมล็ด เพราะใยอาหารส่วนใหญ่อยู่ที่เมล็ดสีดำ สำหรับคนทั่วไปสามารถทานเพื่อบำรุงผิวและสุขภาพหัวใจได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องสังเกตปัญหาสุขภาพของตนเองร่วมด้วย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


