เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบทำลายสมอง

เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบทำลายสมอง

เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบทำลายสมอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบเสี่ยงทำลายสมอง สมองแก่เร็วขึ้น

ในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง หลายคนหันมาลดน้ำตาลและเลือกใช้ สารให้ความหวานเทียม หรือสารทดแทนความหวาน เพื่อควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่คำถามสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์กำลังหาคำตอบคือ สิ่งเหล่านี้ปลอดภัยต่อ "สมอง" ของเราจริงหรือไม่?

ล่าสุด มีงานวิจัยที่น่าสนใจและอาจสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค เมื่อมีการค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคสารให้ความหวานเทียมกับภาวะ สมองแก่เร็ว และประสิทธิภาพความจำที่ลดลง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

สารทดแทนความหวาน: ทางเลือกยอดฮิตที่ได้รับการรับรอง

สารให้ความหวานเทียมมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบน้ำและแบบผง รวมถึงชื่อที่คุ้นหูอย่าง ซูคราโลส (Sucralose), อิริทริทอล (Erythritol), แอสปาร์แตม (Aspartame) และสารสกัดจากหญ้าหวาน (Stevia) ซึ่งองค์การอาหารและยา (FDA) ได้รับรองความปลอดภัยในการบริโภค

เหตุผลหลักที่สารเหล่านี้ได้รับความนิยม เพราะเชื่อว่าไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนน้ำตาลทราย จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและคนที่ต้องการเลี่ยงน้ำตาล แต่ในระยะหลังเริ่มมีงานวิจัยที่ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบในระยะยาวมากขึ้น

งานวิจัยชี้ "สมองอาจแก่เร็วขึ้น" ถึง 1.6 ปี

การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Neurology ของสมาคมประสาทวิทยาอเมริกัน ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจ โดยพบว่าการบริโภคสารให้ความหวานกลุ่มต่างๆ เช่น แอสปาร์แตม, แซกคาริน (ขัณฑสกร), ไซลิทอล และซอร์บิทอล มีความเชื่อมโยงกับความถดถอยของความจำและทักษะการคิด

ผลการวิจัยระบุว่า ความถดถอยดังกล่าวเทียบเท่ากับภาวะ สมองแก่ตัวลงถึง 1.6 ปี ซึ่งข้อมูลนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก ว่าการพยายามรักษาสุขภาพกายด้วยการงดน้ำตาล อาจกำลังแลกมาด้วยความเสี่ยงทางสมองหรือไม่

มุมมองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

พญ.คลอเดีย ซูเอโมโต (Claudia Suemoto, MD, PhD) แพทย์และนักระบาดวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองเสื่อม จากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัย ได้มาร่วมพูดคุยในรายการพอดแคสต์ของ Medical News Today เพื่อขยายความในประเด็นนี้

เธอย้ำว่าแม้สารเหล่านี้จะเป็นทางเลือกในการคุมน้ำตาล แต่ผู้บริโภคควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาท การค้นพบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องพิจารณาความสมดุลในการบริโภค และรอคอยผลการศึกษาเพิ่มเติมที่จะยืนยันผลกระทบในระยะยาวอย่างชัดเจนต่อไป

สรุป: ควรเลิกกินเลยหรือไม่?

แม้ผลวิจัยจะชี้ถึงความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตื่นตระหนกจนเลิกใช้ทันที สิ่งสำคัญคือการเดินทางสายกลาง ไม่บริโภค สารให้ความหวานเทียม มากจนเกินไป และหันมาเน้นการทานอาหารจากธรรมชาติ ลดการติดรสหวาน เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและสมองในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล