เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบทำลายสมอง

เปิดผลวิจัย "สารให้ความหวานเทียม" ลดน้ำตาลในเลือด แต่เป็นภัยเงียบเสี่ยงทำลายสมอง สมองแก่เร็วขึ้น
ในยุคที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง หลายคนหันมาลดน้ำตาลและเลือกใช้ สารให้ความหวานเทียม หรือสารทดแทนความหวาน เพื่อควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่คำถามสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์กำลังหาคำตอบคือ สิ่งเหล่านี้ปลอดภัยต่อ "สมอง" ของเราจริงหรือไม่?
ล่าสุด มีงานวิจัยที่น่าสนใจและอาจสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค เมื่อมีการค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคสารให้ความหวานเทียมกับภาวะ สมองแก่เร็ว และประสิทธิภาพความจำที่ลดลง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
สารทดแทนความหวาน: ทางเลือกยอดฮิตที่ได้รับการรับรอง
สารให้ความหวานเทียมมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบน้ำและแบบผง รวมถึงชื่อที่คุ้นหูอย่าง ซูคราโลส (Sucralose), อิริทริทอล (Erythritol), แอสปาร์แตม (Aspartame) และสารสกัดจากหญ้าหวาน (Stevia) ซึ่งองค์การอาหารและยา (FDA) ได้รับรองความปลอดภัยในการบริโภค
เหตุผลหลักที่สารเหล่านี้ได้รับความนิยม เพราะเชื่อว่าไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเหมือนน้ำตาลทราย จึงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและคนที่ต้องการเลี่ยงน้ำตาล แต่ในระยะหลังเริ่มมีงานวิจัยที่ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบในระยะยาวมากขึ้น

งานวิจัยชี้ "สมองอาจแก่เร็วขึ้น" ถึง 1.6 ปี
การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Neurology ของสมาคมประสาทวิทยาอเมริกัน ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจ โดยพบว่าการบริโภคสารให้ความหวานกลุ่มต่างๆ เช่น แอสปาร์แตม, แซกคาริน (ขัณฑสกร), ไซลิทอล และซอร์บิทอล มีความเชื่อมโยงกับความถดถอยของความจำและทักษะการคิด
ผลการวิจัยระบุว่า ความถดถอยดังกล่าวเทียบเท่ากับภาวะ สมองแก่ตัวลงถึง 1.6 ปี ซึ่งข้อมูลนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก ว่าการพยายามรักษาสุขภาพกายด้วยการงดน้ำตาล อาจกำลังแลกมาด้วยความเสี่ยงทางสมองหรือไม่
มุมมองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พญ.คลอเดีย ซูเอโมโต (Claudia Suemoto, MD, PhD) แพทย์และนักระบาดวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองเสื่อม จากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัย ได้มาร่วมพูดคุยในรายการพอดแคสต์ของ Medical News Today เพื่อขยายความในประเด็นนี้
เธอย้ำว่าแม้สารเหล่านี้จะเป็นทางเลือกในการคุมน้ำตาล แต่ผู้บริโภคควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาท การค้นพบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องพิจารณาความสมดุลในการบริโภค และรอคอยผลการศึกษาเพิ่มเติมที่จะยืนยันผลกระทบในระยะยาวอย่างชัดเจนต่อไป
สรุป: ควรเลิกกินเลยหรือไม่?
แม้ผลวิจัยจะชี้ถึงความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตื่นตระหนกจนเลิกใช้ทันที สิ่งสำคัญคือการเดินทางสายกลาง ไม่บริโภค สารให้ความหวานเทียม มากจนเกินไป และหันมาเน้นการทานอาหารจากธรรมชาติ ลดการติดรสหวาน เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งกายและสมองในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี