
วลีที่ว่า "มะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน" ยังคงเป็นความจริงที่น่ากลัวเสมอ นพ.หลิว ป๋อเหริน (Liu Boren) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ได้ออกมาแชร์เคสผู้ป่วยจริงเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนสติให้ทุกคนหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย ก่อนที่จะสายเกินแก้
คุณหมอเล่าว่า บ่อยครั้งที่ได้ยินผู้ป่วยมะเร็งตัดพ้อด้วยความเสียใจว่า "ร่างกายส่งสัญญาณเตือนมานานแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่" บทความนี้จึงรวบรวมกรณีศึกษาและสัญญาณเตือนของ 10 โรคมะเร็งยอดฮิตมาฝากกัน
เคสแรกเป็นผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด และจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่มานานเกือบ 2 เดือน แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นกรดไหลย้อน จึงให้ยาลดกรดและส่องกล้องกระเพาะอาหาร แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
จนกระทั่งผ่านไปอีก 2 เดือน ผู้ป่วยเริ่มมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เมื่ออัลตราซาวด์ช่องท้องจึงพบความจริงสุดช็อกว่า เขาป่วยเป็น "มะเร็งท่อน้ำดี" (Cholangiocarcinoma) ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้อาการท้องอืดธรรมดาๆ

อีกเคสหนึ่ง ผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคริดสีดวงทวารอยู่เดิม จึงมักจะถ่ายเป็นเลือดเป็นครั้งคราวและคิดว่าเป็นเรื่องปกติของโรคเก่า แต่ระยะหลังเริ่มถ่ายเป็นเลือดบ่อยขึ้น จนเพื่อนร่วมงานทักว่า "หน้าซีดเซียวและดูเวียนหัวบ่อย"
เมื่อตัดสินใจไปตรวจละเอียด จึงพบว่าแท้จริงแล้วเขาป่วยเป็น "มะเร็งลำไส้ใหญ่" และมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย คุณหมอจึงย้ำว่า หากอาการเดิมที่มีอยู่เกิดการ "เปลี่ยนแปลง" ไปจากปกติ นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันโรค นพ.หลิว ป๋อเหริน ได้สรุปสัญญาณเตือนเบื้องต้นของ 10 โรคมะเร็งที่พบบ่อย (อ้างอิงสถิติในไต้หวันซึ่งใกล้เคียงกับไทย) ไว้ดังนี้:
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้การันตีว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อเนื่อง หรือมีความแตกต่างไปจากเดิมที่เคยเป็น อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการ "รู้เร็ว" คือโอกาสรอดที่สูงที่สุด การดูแลสุขภาพและหมั่นสังเกตตัวเอง คือความอ่อนโยนที่สุดที่คุณจะมอบให้ตัวเองได้
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ETTODAY