ทำไมกินข้าวอิ่มแล้วง่วง? เปิด 5 วิธีเอาชนะ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" แก้ได้ไม่ยาก

ทำไมกินข้าวอิ่มแล้วง่วง? เปิด 5 วิธีเอาชนะ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" แก้ได้ไม่ยาก

ทำไมกินข้าวอิ่มแล้วง่วง? เปิด 5 วิธีเอาชนะ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" แก้ได้ไม่ยาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินข้าวเสร็จแล้ว "วูบหลับ" แพ้แป้งหรือ Food Coma? หมอแนะวิธีแก้อาการ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" ฉบับทำตามง่าย

เคยเป็นไหม? กินข้าวเที่ยงเสร็จทีไร รู้สึกเหมือนโดนปิดสวิตช์ สมองตื้อ ง่วงซึมจนแทบจะฟุบคาโต๊ะ อาการนี้กำลังเป็นประเด็นฮอตในโลกออนไลน์ที่หลายคนเรียกว่า "เมาคาร์บ" (Carb Coma) หรือทางการแพทย์เรียกว่า "Food Coma" ซึ่งไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เป็นกลไกทางร่างกายที่อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญคือ มีวิธีแก้!

ไขปริศนา ทำไมกินอิ่มแล้วต้องง่วง?

อาการ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" ไม่ได้เกิดจากการกินอิ่มเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกระบวนการย่อยและฮอร์โมนในร่างกายทำงานประสานกันจนทำให้เรา "น็อค" ได้ โดยมี 2 สาเหตุหลักคือ:

  • ระดับน้ำตาลเหวี่ยง (Sugar Crash): นพ.เว่ย ซื่อหาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวัน อธิบายว่าเมื่อเรากินแป้งหรือน้ำตาลเข้าไปปริมาณมาก ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นและตกลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย โดยเฉพาะในช่วง "หน้าหนาว" ที่คนเรามักกินเยอะแต่ขยับตัวน้อย อาการนี้จะยิ่งรุนแรงขึ้น
  • ฤทธิ์ของกรดอะมิโน (Tryptophan): ในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน จะมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า "ทริปโตเฟน" (Tryptophan) เมื่อเข้าสู่สมอง มันจะถูกเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข (เซโรโทนิน) และฮอร์โมนช่วยนอนหลับ (เมลาโทนิน) ทำให้ร่างกายลดความตึงเครียดและเข้าสู่โหมดพักผ่อนโดยอัตโนมัติ

เช็กลิสต์ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อิ่มแล้วง่วง

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ก็เป็นตัวเร่งให้เกิด Food Coma ได้ง่ายขึ้น:

  • การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอในตอนกลางคืน
  • การโหมงานหนักเกินไปในช่วงเช้าจนสมองล้า
  • การกินมื้อเที่ยงที่มีแป้งและไขมันสูงเกินไป

รวมเทคนิคเอาชนะ Food Coma ให้ตื่นเต็มตาก่อนเริ่มงานบ่าย

เพื่อไม่ให้การง่วงนอนมาทำลายประสิทธิภาพการทำงาน เราได้รวบรวมเทคนิคจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมาให้คุณปรับใช้ ดังนี้:

1. ปรับการกิน: "ผักนำ แป้งตาม" และเคี้ยวให้ช้าลง

เทคนิคง่ายๆ คือเปลี่ยนลำดับการกิน ให้เริ่มจาก ผักและโปรตีนก่อน แล้วค่อยตามด้วยแป้ง จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล และควรเคี้ยวอาหารให้ช้าลง เพื่อช่วยกระเพาะย่อย ลดภาระร่างกาย นักวิจัยพบว่าอาหารที่ย่อยง่ายหรือมีลักษณะเป็นของเหลว จะช่วยลดอาการง่วงซึมได้ดีกว่าอาหารหนักๆ

2. ขยับร่างกาย: เดินย่อย 5 นาที ดีกว่านั่งแช่

หลังกินอิ่ม ห้ามฟุบหลับหรือนั่งแช่ทันที การลุกเดินแกว่งแขนหรือเดินเล่นสัก 5 นาที จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น สมองได้รับออกซิเจน และช่วยให้น้ำตาลถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน ลดอาการวูบหลับได้ชะงัด

3. เลือกกินให้ฉลาด: เลี่ยงหวานจัด จัดรสเปรี้ยวช่วย

หลีกเลี่ยงขนมหวาน เครื่องดื่มชงหวานๆ หรือแป้งขัดขาวในมื้อเที่ยง ลองเปลี่ยนเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่ช่วยให้สดชื่นแทน และดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว (และบังคับให้ลุกไปเข้าห้องน้ำ จะได้ไม่นั่งนาน)

4. บริหารเวลา: งานยากทำเช้า งานเบาทำบ่าย

ช่วงเช้าสมองจะตื่นตัวที่สุด ให้รีบเคลียร์งานยากๆ หรือน่าเบื่อให้เสร็จ ส่วนช่วงบ่ายหลังกินข้าว ให้เลือกทำงานที่ต้องมีการเคลื่อนไหว หรือต้องพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นตัวตลอดเวลา

5. ไม่ไหวอย่าฝืน: งีบสั้นๆ คือทางออกสุดท้าย

หากลองทุกวิธีแล้วตายังจะปิดให้ได้ การฝืนต่อไปอาจไม่ได้งาน แนะนำให้หาเวลา "Power Nap" หรืองีบหลับสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที (ห้ามเกินนี้) จะช่วยรีเซ็ตสมองให้กลับมากระปรี้กระเปร่าพร้อมลุยงานต่อได้ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล