"กลิ่นตด" หญิง vs ชาย ใครเหม็นกว่า? เฉลยสัมพันธ์ลับสุดทึ่ง กลิ่นตบกับโรคทางสมอง!

ศึกวันดวลตด! หญิง vs ชาย ใครชนะ? หมอเฉลยสัมพันธ์ลับ "กลิ่น" กับ "โรคอัลไซเมอร์"
ผลลัพธ์อึ้ง นักวิทย์เผย "ผู้หญิงตดเหม็นกว่าผู้ชาย" แต่ข่าวดีคือ กลิ่นตุๆ อาจช่วยป้องกัน "สมองเสื่อม" ได้?
เรื่องธรรมชาติที่แสนจะน่าอายอย่างการ "ผายลม" หรือ "ตด" นั้น ปกติมนุษย์เราปล่อยแก๊สออกมาเฉลี่ยวันละ 20 ครั้ง แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมกลิ่นของแต่ละคนถึงรุนแรงไม่เท่ากัน? งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่ทำเอาสาวๆ อาจจะต้องเขินอายเล็กน้อย เพราะผลการศึกษาชี้ว่า "ตดของผู้หญิงมีแนวโน้มจะเหม็นรุนแรงกว่าผู้ชาย" แต่ในข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี เพราะกลิ่นที่รุนแรงนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับสุขภาพสมองที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้!
เปิดตำนาน "ราชาแห่งการตด" กับการทดลองสุดแปลก
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในปี 1998 เมื่อ นพ.ไมเคิล เลวิตต์ (Dr. Michael Levitt) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารที่ได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งการตด" (King of Farts) ได้ทำการทดลองสุดแหวกแนว โดยรับสมัครอาสาสมัครสุขภาพดี 16 คน ให้ทาน "ถั่วพินโต" (Pinto beans) เพื่อกระตุ้นแก๊สในกระเพาะ พร้อมกับสวมใส่อุปกรณ์พิเศษที่เป็นท่อสอดเข้าไปทางทวารหนักเพื่อเก็บตัวอย่างลมที่ปล่อยออกมา
ไขปริศนา: ทำไมผู้หญิงถึง "กลิ่นแรง" กว่า?
จากการนำแก๊สที่รวบรวมได้ไปวิเคราะห์เชิงลึก พบความจริงที่น่าสนใจว่า:
- ผู้ชาย: เน้น "ปริมาณ" คือปล่อยลมออกมาในปริมาณที่มากกว่า
- ผู้หญิง: เน้น "คุณภาพ(กลิ่น)" แม้ปริมาณลมจะน้อยกว่า แต่กลับมีความเข้มข้นของสาร "ไฮโดรเจนซัลไฟด์" (Hydrogen Sulfide) สูงกว่ามาก
เจ้าสาร ไฮโดรเจนซัลไฟด์ นี่เองที่เป็นตัวการของกลิ่น "ไข่เน่า" สุดคลาสสิก ทำให้กรรมการผู้ตัดสินในงานวิจัยต่างลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า กลิ่นของฝ่ายหญิงนั้น "รุนแรงและเข้มข้น" กว่าฝ่ายชายอย่างเห็นได้ชัด
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: กลิ่นเหม็นอาจช่วยกู้ "ความจำ"?
อย่าเพิ่งน้อยใจไป! เพราะกลิ่นตุๆ นี้อาจเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยสมองของเราได้
แม้ว่าไฮโดรเจนซัลไฟด์ในปริมาณสูงจะเป็นก๊าซพิษ แต่ในปริมาณต่ำๆ ที่ร่างกายผลิตขึ้น มันทำหน้าที่สำคัญในการช่วยสื่อสารระหว่างเซลล์สมองและปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสภาพ ซึ่งกระบวนการนี้จะลดลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
การค้นพบใหม่จาก จอห์นส์ ฮอปกินส์
ในปี 2021 ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Johns Hopkins Medicine ได้ทดลองฉีดสารประกอบที่ปล่อยไฮโดรเจนซัลไฟด์ให้กับหนูทดลองที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ผลปรากฏว่า:
- หนูมีความจำดีขึ้นถึง 50%
- ทักษะการเคลื่อนไหวดีขึ้น
- พฤติกรรมที่เกิดจากสมองเสื่อมบางอย่างสามารถ "ฟื้นฟูกลับมาได้"
แม้จะต้องรอการยืนยันผลในมนุษย์อย่างเป็นทางการ แต่การค้นพบนี้ก็ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการทางเคมีในร่างกายที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจมีบทบาทสำคัญที่ซ่อนอยู่ในการปกป้องสมองของเราจากความเสื่อมตามวัยก็เป็นได้
ดังนั้น สาวๆ คนไหนที่รู้ตัวว่ามี "พลังทำลายล้างสูง" อาจจะปลอบใจตัวเองได้ว่า นี่อาจเป็นสัญญาณของกลไกในร่างกายที่กำลังทำงานเพื่อปกป้องสมองอยู่ก็ได้นะ!
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
อัลบั้มภาพ 7 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


