พืชที่เป็น "บรรพบุรุษแห่งแป้ง" แหล่งพลังงานของมนุษย์นับหมื่นปี อุดมไฟเบอร์-แร่ธาตุ

พืชที่เป็น "บรรพบุรุษแห่งแป้ง" แหล่งพลังงานของมนุษย์นับหมื่นปี อุดมไฟเบอร์-แร่ธาตุ

พืชที่เป็น "บรรพบุรุษแห่งแป้ง" แหล่งพลังงานของมนุษย์นับหมื่นปี อุดมไฟเบอร์-แร่ธาตุ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผือก คือ บรรพบุรุษแห่งแป้ง แหล่งพลังงานของมนุษยชาตินานนับหมื่นปี

เมื่อพูดถึง "เผือก" (Taro) คนไทยส่วนใหญ่มักนึกถึงขนมหวาน แกงบวด หรือไส้ขนมปังหอมละมุน แต่รู้หรือไม่ว่ามันซ่อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ในฐานะ พืชแป้งชนิดแรกๆ ของโลก ที่มีการค้นพบทางประวัติศาสตร์ หล่อเลี้ยงมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ก่อนพวกพืชตระกูลมัน (มันเทศ มันฝรั่ง มันสำปะหลัง) เสียอีก

หลักฐานใหม่! กินกันมานานกว่า 28,000 ปี

มีหลักฐานทางโบราณคดีพฤกษศาสตร์มายืนยัน โดยที่ ถ้ำคิลู (Kilu Cave) ในหมู่เกาะโซโลมอน นักโบราณคดีได้ค้นพบ "เม็ดแป้ง" (Starch grains) ของเผือกติดอยู่บนเครื่องมือหินกะเทาะ

จากการตรวจสอบอายุคาร์บอนพบว่ามันมีอายุเก่าแก่ถึง 28,000 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า มนุษย์ยุคหินเก่ารู้จักการนำเผือกมาปอกเปลือกและแปรรูปเป็นอาหารมานานมากแล้ว เรียกว่ากินกันมาตั้งแต่ก่อนจะรู้จักการเพาะปลูกเสียอีก

จุดกำเนิดเกษตรกรรมโลกที่ "บึงคุก"

 ในช่วงประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว มนุษย์เริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเก็บของป่ามาเป็นการเพาะปลูก ที่แหล่งโบราณคดี บึงคุก (Kuk Swamp) ในที่ราบสูงปาปัวนิวกินี (ปัจจุบันเป็นมรดกโลก UNESCO) มีการค้นพบร่องรอยการขุดคูระบายน้ำและการเตรียมแปลงปลูกพืชอย่างเป็นระบบ

จากการวิเคราะห์ตะกอนดิน พบเม็ดแป้งของเผือกและกล้วยที่มีอายุเก่าแก่ราว 10,000 ปี ยืนยันว่าที่นี่คือหนึ่งในจุดกำเนิดการเกษตรของโลก โดยคาดว่ามนุษย์เริ่มนำเผือกป่ามาปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารหลักอย่างจริงจังในยุคนั้น

ร่องรอยในอาเซียนและการเดินทางข้ามสมุทร

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีหลักฐานสำคัญเช่นกัน ที่ ถ้ำนีอาห์ (Niah Caves) บนเกาะบอร์เนียว และ ถ้ำ Ille ในปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ มีการค้นพบร่องรอยที่บ่งชี้ว่า ผู้คนในแถบนี้บริโภคเผือกเป็นอาหารมาตั้งแต่ 10,000 - 11,000 ปีก่อน

นอกจากนี้ เผือกยังเป็นเสบียงสำคัญในการอพยพครั้งใหญ่ของชาวออสโตรนีเซียน (Austronesian) ที่นำเผือกใส่เรือแคนูออกไปสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิก จนกลายเป็นอาหารหลักของชาวโพลีนีเซียน (เช่น ฮาวาย) มาจนถึงปัจจุบัน

ประโยชน์ทางโภชนาการที่มากกว่าแค่ "แป้ง"

  • ย่อยง่ายแต่ดูดซึมช้า: แป้งในเผือกมีขนาดเล็ก ย่อยง่าย แต่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่ามันฝรั่ง
  • พลังงานสะอาด: เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานยาวนาน และมีไฟเบอร์สูงช่วยเรื่องการขับถ่าย
  • แร่ธาตุสูง: อุดมด้วยโพแทสเซียม วิตามินอี และวิตามินบี ซึ่งจำเป็นต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ข้อควรระวัง: ต้องทำให้สุกเสมอ

สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ยุคโบราณเรียนรู้และส่งต่อมาถึงเราคือ "ห้ามกินเผือกดิบ" เพราะในเผือกดิบมีผลึก แคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) รูปเข็ม ที่จะทิ่มแทงเนื้อเยื่อในปาก ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองอย่างรุนแรง ดังนั้น ต้องผ่านความร้อนให้สุกก่อนรับประทานเสมอเพื่อทำลายผลึกเหล่านี้

แม้ว่าบางคนเลือกรับประทานแทนข้าวเพื่อช่วยลดน้ำหนัก เพราะทั้งอิ่มท้องและช่วยระบบขับถ่าย แต่ถึงอย่างไรเผือกก็จัดเป็นพืชกลุ่มที่ให้พลังงานสูง การรับประทานในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้น้ำหนักมากขึ้น ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ

สรุป: ตำนานที่มีชีวิต

จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ถ้ำคิลู จนถึงบึงคุก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "เผือก" ไม่ใช่แค่พืชหัวธรรมดา แต่คือฮีโร่ที่ช่วยให้มนุษยชาติรอดพ้นความอดอยากมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ การกินเผือกในวันนี้ จึงเหมือนการได้สัมผัสรสชาติแห่งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกือบ 3 หมื่นปีเลยทีเดียว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล