นึกว่าของฝาก! ตร.เอะใจ สั่งรื้อขวดซอส อึ้งทั้งโรงพัก เจอ "ทองแท่ง" อากงฟังเฉลยเข่าทรุด

นึกว่าของฝาก! ตร.เอะใจ สั่งรื้อขวดซอส อึ้งทั้งโรงพัก เจอ "ทองแท่ง" อากงฟังเฉลยเข่าทรุด

นึกว่าของฝาก! ตร.เอะใจ สั่งรื้อขวดซอส อึ้งทั้งโรงพัก เจอ "ทองแท่ง" อากงฟังเฉลยเข่าทรุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจอทองแท่งซุกใน "ขวดน้ำพริก" มูลค่ากว่าแสน ตร.สืบจนรู้ความจริงถึงกับอึ้ง

มุขใหม่มิจฉาชีพ? หลอกคนแก่ซ่อน "ทองคำ" ในขวดซอสส่งพัสดุ เกือบสูญเงินแสน

ตำรวจเมืองเทียนจิน ประเทศจีน สกัดจับแก๊งต้มตุ๋นได้ทันควัน หลังพบพฤติกรรมสุดแปลกของคุณตาท่านหนึ่งที่ซ่อน "ทองคำแท่ง" ไว้ในขวดซอสปรุงรสเพื่อส่งไปรษณีย์ เรื่องราวนี้นอกจากจะช่วยเหลือเหยื่อได้ทันเวลาแล้ว ยังกลายเป็นไวรัลในจีนเพราะวิธีการซ่อนของมีค่าที่ดูเหมือนฉากในภาพยนตร์

จุดเริ่มต้นจากโฆษณา "หุ้นทำกำไร"

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคุณตาแซ่จ้าว อาศัยอยู่ในเขตจินหนาน เมืองเทียนจิน ได้ไปเห็นโฆษณา "เคล็ดลับการเล่นหุ้นให้ได้กำไร" บนแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ ด้วยความสนใจจึงสแกน QR Code และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตามคำแนะนำ โดยมีกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็น "คนวงใน" คอยสอนเทคนิค และยุยงให้คุณตาซื้อทองคำเพื่อส่งไปให้พวกเขาทำการเก็งกำไรแทน

ตำรวจบุกเตือน ยืนกรานแค่ "ส่งของกินให้เพื่อน"

เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง หลี่ รุ่ยฟาง ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบป้องกันการฉ้อโกง จึงรีบเดินทางไปพบคุณตาจ้าวทันที ในตอนแรกคุณตามีท่าทีต่อต้านและยืนกรานเสียงแข็งว่า "ไม่ได้ถูกหลอก" โดยอ้างว่าพัสดุที่กำลังจะส่งนั้นเป็นเพียงขวดซอสและของกินฝากไปให้เพื่อนเท่านั้น

หลังจากใช้เวลาเกลี้ยกล่อมและอธิบายกลโกงของมิจฉาชีพนานกว่า 2 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตาจ้าวจึงยอมเปิดปากสารภาพความจริงว่า ได้ซ่อนทองคำแท่งหนัก 30 กรัม จำนวน 2 แท่งเอาไว้ใน "ขวดซอสพริก" (ลักษณะคล้ายซอสซาฉาหรือสะเต๊ะ) ตามคำสั่งของแก๊งมิจฉาชีพเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขนส่ง

ลองถอนเงินไม่ได้ ถึงรู้ว่าโดนหลอก

เพื่อยืนยันความจริง ตำรวจได้ขอให้คุณตาลองกดถอนเงินออกจากแอปพลิเคชันดังกล่าว ซึ่งคุณตาพยายามทำรายการหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง วินาทีนั้นเองเขาถึงได้ตาสว่างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อเข้าแล้ว ตำรวจจึงรีบประสานงานกับบริษัทขนส่งเพื่อระงับพัสดุและนำกลับมาตรวจสอบทันที

ผลการตรวจสอบพบทองคำแท่ง 2 แท่งซ่อนอยู่ในขวดซอสจริงตามที่สารภาพ เจ้าหน้าที่จึงทำการคืนทองคำให้คุณตา พร้อมประสานงานจนสามารถติดตามเงินสดอีกกว่า 34,000 หยวน (ประมาณ 1.6 แสนบาท) กลับคืนมาได้สำเร็จ เคสนี้กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้สูงอายุให้ระวังกลโกงการเงินที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล