
โรคเบาหวานกำลังเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยองค์การอนามัยโลกเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่ามีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละกว่า 4,500 ราย สำหรับผู้ป่วยแล้ว "ยา" เป็นเพียงตัวช่วยส่วนหนึ่ง แต่หัวใจสำคัญคือ "อาหาร" โดยเฉพาะมื้อเช้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากเลือกผิดอาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด
แพทย์จึงออกมาเตือนถึง 4 เมนูมื้อเช้าที่ผู้ป่วยเบาหวานควรหนีให้ไกล "ยอมอดเสียยังดีกว่ากินเข้าไป"
หลายคนเข้าใจผิดว่าข้าวต้มเป็นอาหารย่อยง่าย เหมาะกับคนป่วย แต่ความจริงแล้วข้าวขาวมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูงมาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงทันทีหลังกิน ยิ่งทานคู่กับผักดองที่มีโซเดียมสูง จะยิ่งเพิ่มภาระให้ไตทำงานหนักและเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่น่ากลัว
เมนูเร่งด่วนยอดฮิตของคนเมือง แต่ขนมปังขาวส่วนใหญ่ทำจากแป้งขัดขาวและมีน้ำตาลแฝง ส่วนน้ำผลไม้บรรจุขวดแม้จะดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่แท้จริงแล้วมักเต็มไปด้วยน้ำตาลและขาดกากใยอาหาร การดื่มน้ำผลไม้จะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วกว่าการทานผลไม้สดเป็นลูกๆ หลายเท่าตัว หากจะทานควรเลือกผลไม้สดเพื่อให้ได้วิตามินและใยอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล
แป้งที่ผ่านการทอดในน้ำมันซ้ำๆ คือแหล่งรวมไขมันและพลังงานส่วนเกิน ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ไขมันในเลือดสูง และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เมื่อทานคู่กับน้ำเต้าหู้ที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด แถมยังเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไขมันพอกตับในระยะยาว

เนื้อสัตว์แปรรูปเหล่านี้อุดมไปด้วยเกลือปริมาณมหาศาล น้ำตาลแฝง สารกันเสีย และสารแต่งสี ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ส่งผลให้ภาวะดื้ออินซูลินแย่ลง การทานเป็นประจำจะเร่งให้เกิดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยเบาหวาน
แพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานเน้นอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) มีกากใยสูง และโปรตีนคุณภาพดีเพื่อช่วยคุมระดับน้ำตาล เช่น:
อย่ามองข้ามความสำคัญของมื้อเช้า เพราะนี่คือมื้อที่กำหนดทิศทางสุขภาพในแต่ละวัน เพียงแค่หลีกเลี่ยง 4 เมนูเสี่ยงนี้ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและโรคแทรกซ้อนอันตรายไปได้มากแล้ว