.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
ไข่คืออาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และดีต่อสุขภาพ แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักกำลังรับประทานไข่ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง แม้กลิ่นไข่เจียวจะหอมกรุ่นในยามเช้า แต่ความผิดพลาดในการปรุงอาจทำให้สารอาหารที่มีประโยชน์ลดลงได้
ตามแนวทางการโภชนาการสำหรับชาวจีน ระบุว่า คนทั่วไปควรรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายสามารถเพิ่มปริมาณโปรตีนได้ตามความต้องการ
ไข่แดงไม่ได้ "เลวร้าย" อย่างที่หลายคนคิด แต่กลับมีเลซิติน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยสนับสนุนการเผาผลาญไขมัน ส่วนวิธีปรุงอาหารที่ช่วยรักษาสารอาหารได้ดีที่สุดคือการ ต้มไข่
การทอดไข่ที่อุณหภูมิสูงกว่า 120 องศาเซลเซียส อาจก่อให้เกิดสารไกลเคชันที่เป็นอันตรายได้ และการรับประทานไข่ดาวที่ไม่สุก (ไข่แดงเยิ้ม) ควรทำเมื่อแน่ใจว่าเป็นไข่ที่ได้มาตรฐานสำหรับบริโภคแบบดิบเท่านั้น
1. หลายคนเชื่อว่า "ไข่ไก่พื้นเมืองมีประโยชน์มากกว่า" แต่ผลการทดสอบชี้ว่า ไข่จากฟาร์มอาจมีวิตามิน D สูงกว่าถึง 30% ซึ่งความแตกต่างส่วนใหญ่อยู่ที่สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่
2. ไข่สามารถรับประทานคู่กับนมถั่วเหลืองได้ โดยข่าวลือที่ว่ากินด้วยกันไม่ได้นั้นมาจากถั่วเหลืองดิบมีสารยับยั้งเอนไซม์ แต่สารนี้จะถูกทำลายหลังจากการต้มเป็นเวลา 15 นาที สิ่งที่ควรเลี่ยงคือ นมถั่วเหลืองที่ยังไม่ได้ปรุงสุกเท่านั้น
3. เมื่อมีไข้ ร่างกายยังคงต้องการโปรตีนสูงเพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องงดไข่ เว้นแต่ผู้ป่วยมีอาการแพ้โปรตีนสิ่งที่ควรใส่ใจคือ การเลือกวิธีการปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย
การรับประทานไข่คู่กับอาหารที่อุดมด้วย วิตามิน C เช่น มะเขือเทศ หรือพริกหยวก จะช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น
การรับประทานไข่คู่กับคาร์โบไฮเดรตที่ดี เช่น ขนมปังโฮลเกรน (ธัญพืชเต็มเมล็ด) จะช่วยให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 40%
หากต้องการทอดไข่ น้ำมันมะกอกถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าน้ำมันถั่วเหลือง เพราะมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ซึ่งช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน
ก่อนปรุงอาหาร ควรตรวจสอบเปลือกไข่ว่ามีรอยร้าวหรือไม่ และหากเป็นไข่ที่นำออกจากตู้เย็น ควรปล่อยให้ "คลายความเย็น" ก่อนนำไปเจอความร้อนสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เปลือกไข่ร้าวหรือแตก
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto