เช็กข่าวชัวร์ : ขาหนีบแข็งเป็นแผ่นทำเลือดไหลลงขาไม่สะดวก เสี่ยงความดันโลหิตสูง?

เช็กข่าวชัวร์ : ขาหนีบแข็งเป็นแผ่นทำเลือดไหลลงขาไม่สะดวก เสี่ยงความดันโลหิตสูง?

เช็กข่าวชัวร์ : ขาหนีบแข็งเป็นแผ่นทำเลือดไหลลงขาไม่สะดวก เสี่ยงความดันโลหิตสูง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ข่าวลือ “ขาหนีบแข็งเป็นแผ่น ทำให้เสี่ยงความดันโลหิตสูง เพราะเลือดไหลลงขาไม่สะดวก” จริงหรือไม่

ในโซเชียลมีการแชร์ข้อความเกี่ยวกับสุขภาพ อ้างว่า “ตำแหน่งขาหนีบแข็งเป็นแผ่น จะเสี่ยงความดันสูงเพราะเลือดไหลเวียนลงขาไม่สะดวก” จนเกิดความสับสนในหมู่ประชาชน ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่อในลักษณะคล้ายคำเตือนด้านสุขภาพ แต่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนหลายจุด กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

โพสต์ดังกล่าวถูกจัดอยู่ในกลุ่มข่าวปลอมด้านสุขภาพ (Health Fake News) ซึ่งมักทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและความดันโลหิต

คำถาม

จริงหรือไม่ที่ “ขาหนีบแข็งเป็นแผ่น” จะทำให้ความดันโลหิตสูง และทำให้เลือดไหลเวียนลงขาไม่สะดวกตามที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์?

การตรวจสอบ

กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อมูลจากกลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการด้านการแพทย์ พบว่าคำอธิบายที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลทางการแพทย์อย่างมาก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า “ขาหนีบแข็งเป็นแผ่น” อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะกล้ามเนื้อตึง การอักเสบ ไส้เลื่อน หรือปัญหาหลอดเลือดตีบ แต่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิด “ความดันโลหิตสูง” ซึ่งเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือดส่วนกลางของร่างกาย ไม่ใช่เกิดจากก้อนหรือความแข็งบริเวณเฉพาะจุด

ส่วนกรณี “เลือดไหลเวียนลงขาไม่สะดวก” นั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะในภาวะโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (Peripheral Artery Disease – PAD/LEAD) ซึ่งเป็นโรคของหลอดเลือดโดยตรง ไม่ได้เกิดจากก้อนแข็งบริเวณขาหนีบอย่างที่โพสต์อ้าง

การสื่อความผิดพลาดดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจโรคผิด และอาจทำให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น ข้อมูลที่ถูกต้องควรได้รับจากแพทย์หรือหน่วยงานทางการเท่านั้น

ข้อเท็จจริง

ข้อมูลที่ว่า “ขาหนีบแข็งเป็นแผ่นทำให้ความดันโลหิตสูงเพราะเลือดไหลลงขาไม่สะดวก” เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง ขาหนีบแข็งไม่ได้เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง และการไหลเวียนเลือดลงขาจะผิดปกติก็ต่อเมื่อมีโรคหลอดเลือดตีบเท่านั้น

อ้างอิง

  1. กรมการแพทย์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล