ไม่ต้องเล่นหุ้น! ย้อนดู “เศรษฐีไทย” ยุคต้นรัตนโกสินทร์ — เขารวยจากอะไร?

ไม่ต้องเล่นหุ้น! ย้อนดู “เศรษฐีไทย” ยุคต้นรัตนโกสินทร์ — เขารวยจากอะไร?

ไม่ต้องเล่นหุ้น! ย้อนดู “เศรษฐีไทย” ยุคต้นรัตนโกสินทร์ — เขารวยจากอะไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตลาดหุ้นยังไม่เกิด แล้ว “เศรษฐีไทย” ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เขาสร้างพันล้านกันได้ยังไง?

ตลาดหุ้นยังไม่เกิด แล้ว “เศรษฐีไทย” ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เขาสร้างพันล้านกันได้ยังไง? ย้อนไปในยุค ร.1-ร.3 ความมั่งคั่งของประเทศอยู่ในมือ "พระคลังสินค้า" และถูกขับเคลื่อนโดยพ่อค้าเชื้อสายจีนที่อพยพเข้ามา

เส้นทางเศรษฐีสายขุนนางที่รวยจากอำนาจ และจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สนธิสัญญาเบาว์ริง (ร.4) พาเศรษฐกิจสยามเข้าสู่ยุคทุนนิยมสมัยใหม่ มารู้จักรากฐานทุนไทย ที่สืบสายมาจากเครือข่ายอำนาจในยุคโบราณกัน!

เมื่อพูดถึงคำว่า “เศรษฐีไทย” หลายคนอาจนึกถึงเจ้าสัวตลาดหุ้นหรือกลุ่มทุนระดับพันล้าน แต่หากย้อนกลับไปกว่า 200 ปีก่อน — ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ เศรษฐีของสยามมีเส้นทางสร้างความมั่งคั่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ทั้งจากการค้ากับต่างประเทศ ระบบสัมปทานภาษี และอำนาจทางการเมืองที่ผูกพันกับรัฐอย่างแนบแน่น

ยุคแห่งการค้าขายและการผูกขาดของรัฐ

หลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 เศรษฐกิจของสยามยังอยู่ภายใต้ระบบศักดินา โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมทรัพยากร แรงงาน และการค้าเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะการค้าต่างประเทศ ซึ่งดำเนินผ่าน “พระคลังสินค้า” หรือ Royal Warehouse ที่ทำหน้าที่ผูกขาดสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ข้าว น้ำตาล และไม้สัก

การค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เป็นช่องทางหลักในการสร้างความมั่งคั่งให้กับราชสำนักและกลุ่มพ่อค้าชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสยามช่วงรัชกาลที่ 1–3 (ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

เศรษฐีเชื้อสายจีน: ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้า

ในยุคนั้น ชาวจีนมีบทบาทสำคัญในกิจการค้าภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลักของสยาม เช่น ข้าวและดีบุก ซึ่งสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่รัฐและเอกชน นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ อานันท์ กาญจนพันธุ์ (2552) อธิบายว่า การค้ากับจีนในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เป็นฐานสำคัญให้ชาวจีนบางกลุ่มสะสมทุน จนกลายเป็นผู้รับสัมปทานภาษีหรือ “เจ้าภาษีนายอากร” ในเวลาต่อมา

ระบบ “เจ้าภาษีนายอากร” เป็นรูปแบบการเก็บภาษีที่รัฐมอบสิทธิ์ให้เอกชน โดยเฉพาะพ่อค้าชาวจีน ประมูลสิทธิ์เก็บภาษีแทนรัฐในกิจการต่าง ๆ เช่น โรงเหล้า โรงอิฐ โรงสี หรือสินค้าการเกษตร รายได้จากระบบอากรคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของงบประมาณแผ่นดินในสมัยนั้น สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของกลุ่มเศรษฐีอากรในโครงสร้างเศรษฐกิจต้นกรุง

เศรษฐีไทยสายขุนนาง: รวยจากอำนาจและทรัพยากร

นอกจากพ่อค้าชาวจีนแล้ว กลุ่มขุนนางและเจ้านายชั้นสูงก็ถือเป็น “เศรษฐี” อีกประเภทหนึ่ง พวกเขามั่งคั่งจากการถือครองที่ดิน การใช้แรงงานไพร่ และการมีส่วนในผลประโยชน์จากการค้าโดยอาศัยตำแหน่งทางราชการเป็นเครื่องมือสะสมทุน

นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้อธิบายไว้ใน การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ ว่า ระบบเศรษฐกิจในยุคนั้นผูกพันกับอำนาจรัฐโดยตรง ใครอยู่ใกล้อำนาจมาก ย่อมมีโอกาสรวยมาก

สนธิสัญญาเบาว์ริง: จุดเปลี่ยนสู่ทุนสมัยใหม่

ปี พ.ศ. 2398 (รัชกาลที่ 4) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย เมื่อสยามลงนามใน “สนธิสัญญาเบาว์ริง” กับอังกฤษ ซึ่งเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศเป็นครั้งแรก การผูกขาดของพระคลังสินค้าถูกยกเลิก ทำให้พ่อค้าสามัญสามารถส่งออกสินค้าได้โดยตรงโดยไม่ผ่านรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์การเมือง ชัยอนันต์ สมุทวณิช (2521) วิเคราะห์ว่า สนธิสัญญาฉบับนี้เป็น “ประตูสู่ทุนนิยมไทย” เพราะเปิดโอกาสให้พ่อค้าชาวจีนรุ่นใหม่ก่อตั้งโรงสี โรงน้ำตาล และกิจการนำเข้า–ส่งออก ซึ่งกลายเป็นรากฐานของภาคธุรกิจเอกชนไทยในยุครัชกาลที่ 5

จากเจ้าภาษีสู่นักธุรกิจ: มรดกของเศรษฐีต้นรัตนโกสินทร์

กล่าวได้ว่า เศรษฐีไทยยุคต้นรัตนโกสินทร์ร่ำรวยจาก “อำนาจและโอกาส” มากกว่าการลงทุนเชิงเทคโนโลยี แต่พวกเขาคือผู้วางรากฐานของระบบทุนไทยยุคใหม่ จาก “เจ้าภาษีนายอากร” สู่ “นักธุรกิจเอกชน” ที่ขยายกิจการต่อเนื่องในช่วงรัชกาลที่ 5–6

ธงชัย วินิจจะกูล (2563) อธิบายไว้ใน ความเป็นไทยหลังอาณานิคม ว่า ทุนไทยจำนวนมากสืบสายจากเครือข่ายเศรษฐกิจและการอุปถัมภ์ในราชสำนักยุคต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งกลายเป็นโครงสร้างของทุนและชนชั้นนำในสังคมไทยปัจจุบัน

สรุป: เศรษฐีไทยยุคต้นกรุง รวยจากรัฐและโอกาส

เศรษฐีในยุคต้นรัตนโกสินทร์ไม่ได้รวยจากการเก็งกำไรหรือการลงทุนแบบตลาดทุน แต่รวยจาก “การผูกขาด การค้า และอำนาจรัฐ” พวกเขาคือผู้บุกเบิกทุนไทยยุคแรก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานของกลุ่มทุนใหญ่ในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

อ้างอิง 

  1. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
  2. อานันท์ กาญจนพันธุ์. เศรษฐกิจไทยในกระแสโลกาภิวัตน์. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2552
  3. นิธิ เอียวศรีวงศ์. การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์. มติชน, 2545
  4. ชัยอนันต์ สมุทวณิช. วิวัฒนาการเศรษฐกิจไทย. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521
  5. ธงชัย วินิจจะกูล. ความเป็นไทยหลังอาณานิคม. มติชน, 2563
  6. H. Lysa, “The Tax Farming System in the Early Bangkok Period”, Journal of Southeast Asian Studies, 1983

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ ไม่ต้องเล่นหุ้น! ย้อนดู “เศรษฐีไทย” ยุคต้นรัตนโกสินทร์ — เขารวยจากอะไร?

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล