
งานวิจัยเผย "เดินออกกำลังกายทุกวัน" ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์
เดินวันละกี่ก้าว? งานวิจัยใหม่เผยช่วยชะลอ “อัลไซเมอร์” ในผู้มีความเสี่ยงสูงได้
ข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังกังวลเรื่องโรคอัลไซเมอร์ งานวิจัยล่าสุดพบว่า การเพิ่มจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน แม้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยชะลอความเสี่ยงของโรคนี้ได้ ทีมนักวิจัยจาก Mass General Brigham เปิดเผยว่า การมีกิจกรรมทางกายมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเสื่อมถอยของสมองที่ช้าลง การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายในผู้สูงอายุที่มีระดับโปรตีน "อะไมลอยด์-เบต้า" สูง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ โดยนักวิจัยพบว่าการมีกิจกรรมทางกายมีความสัมพันธ์กับการเสื่อมถอยของสมองที่ช้าลงในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีระดับโปรตีน “อะไมลอยด์-เบต้า” (amyloid-beta) สูง ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพสมองได้
จำนวนก้าวเดินที่สัมพันธ์กับการชะลอความเสื่อมทางสติปัญญา
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างผู้ที่มีกิจกรรมทางกายต่างกัน ผู้ที่เดินวันละประมาณ 3,000–5,000 ก้าว มีการเสื่อมถอยทางสติปัญญาช้ากว่ากลุ่มที่ไม่ค่อยขยับร่างกายเฉลี่ยถึง 3 ปี สำหรับผู้ที่เดินได้มากขึ้น คือวันละ 5,000–7,500 ก้าว พบว่าสามารถชะลอการเสื่อมถอยของสมองได้ยาวนานยิ่งขึ้นถึง 7 ปี ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่มีกิจกรรมน้อยหรือใช้ชีวิตแบบนั่งนิ่ง (sedentary) จะมีการสะสมของโปรตีน “เทา” (tau) ในสมองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มเกิดปัญหาความจำและการทำงานประจำวันเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมการเคลื่อนไหวถึงช่วยสมองได้
ดร. Jasmeer Chhatwal หัวหน้าผู้วิจัยกล่าวว่า งานวิจัยนี้ช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดบางคนที่มีแนวโน้มทางชีววิทยาที่จะเป็นอัลไซเมอร์กลับไม่แสดงอาการเสื่อมถอยเร็วเท่าคนอื่น โดยเฉพาะกิจกรรมทางกาย ดูเหมือนจะมีผลต่อระยะเริ่มต้นของโรคอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับพฤติกรรมสามารถช่วยชะลอการเกิดอาการทางสติปัญญาได้หากเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากอาสาสมัคร 296 คน ในโครงการ Harvard Aging Brain Study ที่ในช่วงเริ่มต้นยังไม่มีอาการเสื่อมถอยทางสติปัญญา พวกเขาได้ทำการซีทีสแกนวัดระดับโปรตีนอะไมลอยด์และเทาในสมอง พร้อมบันทึกจำนวนก้าวเดินเป็นประจำ
ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ ผู้ที่มีระดับอะไมลอยด์สูงตั้งแต่ต้นและเดินมากกว่า มีแนวโน้มการเสื่อมถอยของสมองและการสะสมของโปรตีนเทาช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการวิเคราะห์ทางสถิติแสดงว่า ประโยชน์ของการออกกำลังกายส่วนใหญ่เกิดจากการชะลอการสะสมของโปรตีนเทา
การสร้างความทนทานต่อโรคอัลไซเมอร์
ดร. Reisa Sperling ผู้ร่วมวิจัยเสริมว่า ข้อมูลจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถสร้างความทนทานต่อการเสื่อมของสมองได้ แม้จะอยู่ในระยะเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ นี่ถือเป็นข่าวดีในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในอนาคต โดยทีมวิจัยเน้นย้ำว่า ทุกก้าวเดินมีค่า และการเพิ่มจำนวนก้าวเพียงเล็กน้อยต่อวัน เมื่อสะสมต่อเนื่องก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต่อสุขภาพสมองได้
แหล่งอ้างอิง