นักวิจัยพบแล้ว "เครื่องดื่ม" ที่เป็นศัตรูของไขมันในเลือด ปกป้องหัวใจ ใกล้ตัวคนไทยมาก

นักวิจัยพบแล้ว "เครื่องดื่ม" ที่เป็นศัตรูของไขมันในเลือด ปกป้องหัวใจ ใกล้ตัวคนไทยมาก

นักวิจัยพบแล้ว "เครื่องดื่ม" ที่เป็นศัตรูของไขมันในเลือด ปกป้องหัวใจ ใกล้ตัวคนไทยมาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักวิจัยพบแล้ว "เครื่องดื่ม" ที่เป็นศัตรูของไขมันในเลือด ปกป้องหัวใจ ใกล้ตัวคนไทยมาก แต่ต้องกินให้ถูกวิธี

ชาดำไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มให้ความอบอุ่นและผ่อนคลายอีกต่อไป ล่าสุดงานวิจัยจากวารสาร Frontiers in Nutrition ระบุว่าการดื่มชาสามารถช่วยลดความดันโลหิต ปรับสมดุลคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงเบาหวานชนิดที่ 2

สารโพลีฟีนอลกุญแจสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ

ดร.ทิม บอนด์ นักวิทยาศาสตร์จาก Tea Advisory Panel กล่าวว่า “ประโยชน์ของชาต่อหัวใจเป็นที่ทราบกันมานาน และงานวิจัยล่าสุดยืนยันอีกครั้งว่า ชามีผลดีต่อหัวใจจริง ๆ” สารโพลีฟีนอล โดยเฉพาะกลุ่ม ฟลาแวน-3-ออลส์ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความดันโลหิต ปรับไขมันในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน

ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและการเสียชีวิต

ดร.บอนด์กล่าวว่า “สารฟลาโวนอยด์ในชาสามารถลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ถึง 19% และลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 13% โดยเฉพาะ "ชาดำ" ที่เป็นแหล่งฟลาโวนอยด์หลัก ผู้ดื่มชาได้รับสารนี้เฉลี่ยวันละ 698 มก. ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มชาได้รับเพียง 33 มก.”

คำแนะนำการบริโภคเพื่อหัวใจแข็งแรง

สมาคมโภชนาการแห่งสหรัฐฯ (American Society for Nutrition) แนะนำให้บริโภค 400–600 มก. ต่อวัน หรือประมาณ 4 ถ้วยชา เพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจและระบบเผาผลาญ งานวิจัยยังพบว่าชาดำช่วยปรับระดับคอเลสเตอรอล ลดความดัน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจ

จากการสำรวจชาวอังกฤษ 1,000 คน พบว่า แม้ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับสุขภาพหัวใจ แต่มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่รู้ว่าการดื่มชาช่วยดูแลหัวใจได้

ดร.บอนด์สรุปว่า “เรากำลังมองข้ามโอกาสง่าย ๆ ในการปกป้องหัวใจ เพียงดื่มชา 3–4 ถ้วยต่อวัน ก็ช่วยให้ร่างกายได้รับสารโพลีฟีนอลต้านการอักเสบ ลดความเครียด และดูแลหัวใจพร้อมระบบหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ประเภทของชาดำ (Black Tea)

ชาดำ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษ “Black Tea” คือชื่อประเภทชา ไม่ใช่สายพันธุ์ชาแต่อย่างใด ชาดำคือชาประเภทที่เกิดจากแปรรูป โดยนำใบชาอ่อนไปผึ่งแดดเพื่อคายน้ำหรือผ่านกระบวนการลดน้ำ ทำให้อยู่ในสภาวะกึ่งสด กึ่งแห้ง จากนั้นนำมาบด ทำให้ใบชาชัำ แต่ตัวใบชายังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ขาด จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการหมัก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้ใบชาเกิดกลิ่น รสชาติ และสีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองแดง จากนั้นให้นำใบชาไปผ่านความร้อนทำให้แห้ง เช่น การเป่าไฟ การนำใบชาไปอังไฟ หรือรมไอน้ำ ทำให้ใบชาเปลี่ยนเป็นสีดำ

ชาดำอัสสัม (Assam Tea)

ชาที่มีต้นกำเนิดจากรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย เติบโตในพื้นที่ที่มีความร้อนและความชื้นสูง ทำให้มีรสชาติเข้มข้น เต็มไปด้วยมอลต์ที่ให้ความหวาน สีดำทองแดงเข้ม ชาดำอัสสัมเป็นหนึ่งในชาที่มีคาเฟอีนสูง และมีรสชาติเข้มข้นมาก จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ สำหรับคนที่ชื่นชอบการกินชาดำ เป็น 1 ในสายพันธุ์หลักที่ใช้ทำชาไทยในปัจจุบัน 

ชาดำคีมุน (Keemun Tea)

ชาดำคีมุน ชื่อภาษาอังกฤษ Keemun หรือ Qimen ในภาษาจีน เป็นชาที่มีต้นกำเนิดจากเมืองคีมุนใน มณฑลอันฮุย ประเทศจีน ใบชาดำคีมุนมีสีน้ำตาลแดงเข้ม ใบโค้งงอ โดดเด่นเรื่องกลิ่นผลไม้ที่หอมเตะจมูก กินง่าย อ่อนโยน บางเบน มาพร้อมกลิ่นควันและมอลต์จางๆ มักถูกนำไปผสมกับใบชาอื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์รสชาติชาที่ซับซ้อน เช่น ชาเอิร์ลเกรย์ หรือชาดำ อิงลิช เบรกฟาสต์

ชาดำซีลอน (Ceylon Tea)

ชาซีลอน หรือที่เรียกว่าชาศรีลังกา เป็นชาดำชนิดหนึ่งที่ชื่อคุ้นหู แม้ไม่ใช่นักดื่มชาตัวยงก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ชาซีลอนเสิร์ฟทั้งในรูปชาเย็นหรืออุ่นก็อร่อย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นชายอดนิยมของนักดื่มชาหลายๆ คน โดยทั่วไปแล้วรสชาติของชาซีลอนจะมีความจัดจ้าน เข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่น ชัดเจน แต่ยังคงให้ความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวของซิตรัส นิยมถูกนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มที่เรารู้จักกันดีอย่างชานมและชามะนาว

ชาดำ อิงลิช เบรกฟาสต์ (English Breakfast Tea)

ชาดำ อิงลิช เบรกฟาสต์ คือ การนำใบชาดำทั้งใบจากภูมิภาคต่างๆ ของอินเดีย มาผสมรวมกัน เช่นใบชาอัสสัม ซีลอน เคนยา และคีมุน ผลลัพธ์ที่ได้จากการรวมนั้นคือชั้นรสชาติจากชาต่างๆ กล่าวคือรสชาติเข้มข้น เบา ละมุน และนุ่มนวลกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชาอัสสัม ชาอิงลิชเบรกฟาสต์มักเสิร์ฟพร้อมนมกับน้ำตาล และเข้ากันได้ดีกับอาหารเช้าแบบอังกฤษ

ชาตุรกี (Turkish Tea)

ชาตุรกี หรือ “Cay” ปลูกในจังหวัด Rize ของตุรกี สิ่งที่เพิ่มความพิเศษให้กับชาตุรกีคือวิธีการชงและการนำเสนอแบบดั้งเดิมของตุรกี มีความเข้มข้น 3 ระดับ ได้แก่ อ่อน กลาง และเข้ม (ในภาษาตุรกีคือ açik, orta karar และ koyu) ถือเป็นเครื่องดื่มที่คนตุรกีนิยมดื่มมากที่สุดก็ว่าได้ ส่วนใหญ่จะนิยมเสิร์ฟชามาในแก้วทรงทิวลิป มีน้ำตาลก้อนหรือน้ำตาลซองให้เพื่อเพิ่มความหวาน

วิธีการดื่มชาที่ถูกต้อง

  • ควรระวังการเติมน้ำตาล นมข้นหวาน หรือครีมเทียมมากเกินไป เพราะอาจเพิ่มแคลอรีและผลเสียต่อสุขภาพ

  • ดื่มแบบไม่หวานหรือหวานน้อย เพื่อรักษาประโยชน์จากสารโพลีฟีนอล

  • สามารถดื่มได้วันละ 2–4 ถ้วย เพื่อช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจ

  • ผู้ที่มีความดันสูงหรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ควรปรับปริมาณการดื่มให้เหมาะสม

     

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล