"จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมในอนาคต" มีอยู่จริงหรือไม่? รู้ไว้ก่อนตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน

"จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมในอนาคต" มีอยู่จริงหรือไม่? รู้ไว้ก่อนตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน

"จังหวัดที่น้ำไม่ท่วมในอนาคต" มีอยู่จริงหรือไม่? รู้ไว้ก่อนตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประเทศไทยเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่เป็นระยะ ทั้งจากฝนตกหนัก พายุ น้ำทะเลหนุน และปัญหาระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ เหตุการณ์ซ้ำซากทำให้ผู้ซื้อบ้าน นักลงทุน และครอบครัวหลายคนต้องการข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางทรัพย์สินและชีวิต

บทความนี้สรุปภาพรวมว่าคำว่า "จังหวัดที่น้ำไม่ท่วม" มีความหมายอย่างไร? ในอนาคตจะมีจังหวัดไหนที่น้ำไม่ท่วมจริงเหรอ? และวิธีตรวจสอบทำเลที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อคุณจะซื้อบ้านหรือย้ายถิ่นฐาน

มีจังหวัดที่ "น้ำไม่ท่วม" จริงหรือไม่?

คำตอบสั้นๆ คือ ไม่มีจังหวัดใดในประเทศไทยที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม 100% ปัจจัยทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้พื้นที่ที่ไม่เคยเกิดน้ำท่วมมาก่อนประสบเหตุฉับพลันได้

อย่างไรก็ตาม เราสามารถหา ทำเลที่เสี่ยงน้ำน้อยกว่า ได้ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน
afp__20240912__36g43kn__v1__m

ตัวอย่างพื้นที่ที่เคยถูกมองว่าปลอดภัย แต่เจอน้ำท่วม

  • น่าน — เคยถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากภูเขาสูง แต่ในปี 2567-2568 มีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 70 ปีในบางพื้นที่
  • เชียงราย — ประสบเหตุ "น้ำท่วมประวัติศาสตร์" ในบางพื้นที่จากฝนตกหนักและน้ำจากต้นน้ำข้ามพรมแดนจากฝั่งลาว
  • แม่ฮ่องสอน — พื้นที่ภูเขายังเกิดน้ำป่าไหลหลากในบางอำเภอเมื่อฝนตกต่อเนื่อง
  • พื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น และบุรีรัมย์ แม้มีโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังพบน้ำท่วมเฉพาะจุดในบางปี

เหตุผลที่ไม่มีพื้นที่ปลอดภัย 100%

  1. สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ฝนตกหนักหรือพายุอาจเกิดในพื้นที่เดิมที่ไม่เคยมีประวัติ
  2. การเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ เช่น ตัดไม้ทำลายป่า ถมที่ และการขยายตัวของเมือง
  3. ระบบระบายน้ำที่ไม่ครอบคลุมทั้งเขตเมืองและเขตชนบท

afp__20241130__36nr98e__v3__m

วิธีเช็กว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงน้ำท่วมน้อย

การเลือกทำเลเสี่ยงต่ำควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ร่วมกัน เพื่อการตัดสินใจที่เป็นเหตุเป็นผล

1. ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล

พื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก (เช่น พื้นที่บนที่ราบสูงหรือบนดอย) มีโอกาสเผชิญน้ำท่วมน้อยกว่า พื้นที่ชายฝั่งและที่ลุ่ม

2. แผนที่ความเสี่ยงย้อนหลัง

ตรวจสอบแผนที่น้ำท่วมย้อนหลังจากหน่วยงานทางการ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), GISTDA, หรือข้อมูลสถิติจากกรมอุตุนิยมวิทยา

3. โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ

ดูว่าพื้นที่มีระบบคลอง/ท่อระบายน้ำ ประตูน้ำหรือเขื่อนใกล้เคียงหรือไม่ การมีระบบระบายน้ำที่ดีช่วยลดโอกาสน้ำท่วมขัง

4. รูปแบบการพัฒนาและความหนาแน่นของชุมชน

พื้นที่ที่วางผังเมืองเป็นระบบมีแนวโน้มจะจัดการน้ำได้ดีกว่าพื้นที่ที่ขยายตัวแบบไม่เป็นระบบ

afp__20190914__1ka2yn__v3__mi

ข้อแนะนำสำหรับผู้จะซื้อบ้านหรือย้ายถิ่นฐาน

  • ขอดูแผนที่น้ำท่วมย้อนหลังและข้อมูลความเสี่ยงจากหน่วยงานรัฐก่อนตัดสินใจ
  • สำรวจระดับที่ดินจริง และถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบระบายน้ำของหมู่บ้าน/โครงการ
  • พิจารณาประกันภัยน้ำท่วม หากพื้นที่มีความเสี่ยงแม้จะต่ำก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงการซื้อในพื้นที่ลุ่มหรือแอ่งน้ำที่อาจเก็บน้ำได้ง่าย

บทสรุป

ไม่มีจังหวัดใดในปัจจุบันและอนาคตที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม 100% แต่เราสามารถเลือกทำเลที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ภูมิประเทศ และโครงสร้างพื้นฐาน การเตรียมตัวและการวางแผนล่วงหน้าช่วยลดผลกระทบเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

แหล่งอ้างอิงแนะนำ
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (TIWRM / GISTDA) — ข้อมูลเปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมย้อนหลัง
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — แผนที่ความเสี่ยงและประกาศเตือนภัย
  • กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลฝน ฟ้าผ่า และสถิติพายุ
  • บทความข่าวและการวิเคราะห์เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปี 2566–2568
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล