พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน โลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด

พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน โลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด

พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน โลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน ปัจจุบันโลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด ทั้งอร่อยและมีประโยชน์

เมื่อพูดถึง "เผือก" (Taro) หลายคนอาจนึกถึงของหวานหอมละมุนอย่างแกงบวดหรือไส้ขนมปัง แต่ในโลกของมานุษยวิทยา เผือกคือ "ซูเปอร์ฟู้ด" ยุคบุกเบิกที่หล่อเลี้ยงมนุษย์มานานก่อนที่ "มันฝรั่ง" หรือ "มันสำปะหลัง" จะกลายเป็นอาหารหลักของโลกเสียอีก

ความน่าทึ่งคือ เผือกเป็นพืชในวงศ์บอน (Araceae) ซึ่ง มีพิษทุกส่วนตั้งแต่ดอกยันราก แต่บรรพบุรุษของเราก็หาวิธีกินมันจนได้

หลักฐานประวัติศาสตร์: เรากินเผือกมานานกว่า 28,000 ปี!

ลืมภาพการเริ่มทำเกษตรเมื่อหมื่นปีก่อนไปได้เลย เพราะหลักฐานที่ ถ้ำคิลู (Kilu Cave) ในหมู่เกาะโซโลมอน ยืนยันว่า มนุษย์ยุคหินเก่าปอกเผือกกินกันมาตั้งแต่ 28,000 ปีที่แล้ว โดยนักโบราณคดีพบ "เม็ดแป้ง" (Starch grains) ของเผือกติดอยู่บนเครื่องมือหินกะเทาะ นั่นหมายความว่า ก่อนที่เราจะรู้จักการปลูกข้าวหรือทำไร่ มนุษย์รู้จักวิธีจัดการกับ "พืชหัวมีพิษ" ชนิดนี้มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

"บึงคุก" จุดกำเนิดเกษตรกรรมโลกที่มี "เผือก" เป็นพระเอก

เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน ณ บึงคุก (Kuk Swamp) ปาปัวนิวกินี (มรดกโลก UNESCO) มนุษย์ได้เริ่มทำการเกษตรอย่างเป็นระบบครั้งแรกๆ ของโลก ร่องรอยคูระบายน้ำและแปลงปลูกที่นี่ไม่ได้มีไว้ปลูกข้าว แต่มีไว้เพื่อ "เพาะปลูกเผือก" โดยเฉพาะ ยืนยันว่าเผือกคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตจากคนป่าสู่เกษตรกร

อยู่ใต้ดิน มีพิษ แต่ก็แพ้มนุษย์

เผือกดิบมี "แคลเซียมออกซาเลต" (Calcium Oxalate) ผลึกรูปเข็มที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทั้งส่วนหัว ก้าน ใบ รวมทั้งดอก หากกินเข้าไปจะทิ่มแทงเนื้อเยื่อในปากและลำคอ ทำให้คัน แสบ และระคายเคืองอย่างรุนแรง แม้แต่ตอนปอกเปลือก ยางของมันยังทำให้ผิวหนังอักเสบแดงได้

บรรพบุรุษของเราเรียนรู้ว่า "ความร้อน" คือกุญแจสำคัญ การต้ม นึ่ง หรือผัดให้สุกทั่วถึง จะช่วยทำลายโครงสร้างผลึกเข็มเหล่านี้ให้หมดไป เปลี่ยนจากพืชมีพิษให้กลายเป็นอาหารที่ย่อยง่าย พลังงานสูง และให้ไฟเบอร์ที่ดีเยี่ยม

โภชนาการของเผือก

ทำไมชาวออสโตรนีเซียนถึงยอมแบกเผือกใส่เรือแคนูข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปไกลถึงฮาวาย?

  1. ย่อยง่ายแต่ดูดซึมช้า: แป้งเผือกมีโมเลกุลเล็กมาก ย่อยง่ายแต่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดเหมือนมันฝรั่ง

  2. พลังงานสะอาด: เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานได้ยาวนาน

  3. คลังแร่ธาตุ: มีโพแทสเซียม วิตามินอี และวิตามินบี สูงกว่าพืชหัวหลายชนิด

ข้อควรจำก่อนอร่อย:

  • ห้ามกินดิบเด็ดขาด: ต้องทำให้สุก 100% เสมอ

  • สวมถุงมือขณะปอก: ป้องกันอาการคันจากยางเผือก

  • กินแต่พอดี: แม้จะเป็นแป้งชั้นดี แต่ก็ให้พลังงานสูง ใครที่คุมน้ำหนักอยู่ต้องจัดสรรสัดส่วนให้เหมาะสม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล