พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน โลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด

พืชอาหารยุคหิน "มีพิษทั้งต้น" มนุษย์ยังดั้นด้นหาวิธีกิน ปัจจุบันโลกยกย่องเป็นซูเปอร์ฟู้ด ทั้งอร่อยและมีประโยชน์
เมื่อพูดถึง "เผือก" (Taro) หลายคนอาจนึกถึงของหวานหอมละมุนอย่างแกงบวดหรือไส้ขนมปัง แต่ในโลกของมานุษยวิทยา เผือกคือ "ซูเปอร์ฟู้ด" ยุคบุกเบิกที่หล่อเลี้ยงมนุษย์มานานก่อนที่ "มันฝรั่ง" หรือ "มันสำปะหลัง" จะกลายเป็นอาหารหลักของโลกเสียอีก
ความน่าทึ่งคือ เผือกเป็นพืชในวงศ์บอน (Araceae) ซึ่ง มีพิษทุกส่วนตั้งแต่ดอกยันราก แต่บรรพบุรุษของเราก็หาวิธีกินมันจนได้
หลักฐานประวัติศาสตร์: เรากินเผือกมานานกว่า 28,000 ปี!
ลืมภาพการเริ่มทำเกษตรเมื่อหมื่นปีก่อนไปได้เลย เพราะหลักฐานที่ ถ้ำคิลู (Kilu Cave) ในหมู่เกาะโซโลมอน ยืนยันว่า มนุษย์ยุคหินเก่าปอกเผือกกินกันมาตั้งแต่ 28,000 ปีที่แล้ว โดยนักโบราณคดีพบ "เม็ดแป้ง" (Starch grains) ของเผือกติดอยู่บนเครื่องมือหินกะเทาะ นั่นหมายความว่า ก่อนที่เราจะรู้จักการปลูกข้าวหรือทำไร่ มนุษย์รู้จักวิธีจัดการกับ "พืชหัวมีพิษ" ชนิดนี้มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์

"บึงคุก" จุดกำเนิดเกษตรกรรมโลกที่มี "เผือก" เป็นพระเอก
เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน ณ บึงคุก (Kuk Swamp) ปาปัวนิวกินี (มรดกโลก UNESCO) มนุษย์ได้เริ่มทำการเกษตรอย่างเป็นระบบครั้งแรกๆ ของโลก ร่องรอยคูระบายน้ำและแปลงปลูกที่นี่ไม่ได้มีไว้ปลูกข้าว แต่มีไว้เพื่อ "เพาะปลูกเผือก" โดยเฉพาะ ยืนยันว่าเผือกคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตจากคนป่าสู่เกษตรกร
อยู่ใต้ดิน มีพิษ แต่ก็แพ้มนุษย์
เผือกดิบมี "แคลเซียมออกซาเลต" (Calcium Oxalate) ผลึกรูปเข็มที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทั้งส่วนหัว ก้าน ใบ รวมทั้งดอก หากกินเข้าไปจะทิ่มแทงเนื้อเยื่อในปากและลำคอ ทำให้คัน แสบ และระคายเคืองอย่างรุนแรง แม้แต่ตอนปอกเปลือก ยางของมันยังทำให้ผิวหนังอักเสบแดงได้
บรรพบุรุษของเราเรียนรู้ว่า "ความร้อน" คือกุญแจสำคัญ การต้ม นึ่ง หรือผัดให้สุกทั่วถึง จะช่วยทำลายโครงสร้างผลึกเข็มเหล่านี้ให้หมดไป เปลี่ยนจากพืชมีพิษให้กลายเป็นอาหารที่ย่อยง่าย พลังงานสูง และให้ไฟเบอร์ที่ดีเยี่ยม
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
โภชนาการของเผือก
ทำไมชาวออสโตรนีเซียนถึงยอมแบกเผือกใส่เรือแคนูข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปไกลถึงฮาวาย?
-
ย่อยง่ายแต่ดูดซึมช้า: แป้งเผือกมีโมเลกุลเล็กมาก ย่อยง่ายแต่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดเหมือนมันฝรั่ง
-
พลังงานสะอาด: เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานได้ยาวนาน
-
คลังแร่ธาตุ: มีโพแทสเซียม วิตามินอี และวิตามินบี สูงกว่าพืชหัวหลายชนิด
ข้อควรจำก่อนอร่อย:
-
ห้ามกินดิบเด็ดขาด: ต้องทำให้สุก 100% เสมอ
-
สวมถุงมือขณะปอก: ป้องกันอาการคันจากยางเผือก
-
กินแต่พอดี: แม้จะเป็นแป้งชั้นดี แต่ก็ให้พลังงานสูง ใครที่คุมน้ำหนักอยู่ต้องจัดสรรสัดส่วนให้เหมาะสม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


