ประวัติ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” จากรองประธานสภาฯ สู่วันที่ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร 10 ปี

ประวัติ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” จากรองประธานสภาฯ สู่วันที่ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร 10 ปี

ประวัติ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” จากรองประธานสภาฯ สู่วันที่ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร 10 ปี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประวัติ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” จากรองประธานสภาฯ สู่วันที่ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร 10 ปี

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หรือ “ต้อย” อดีตนักการเมืองสายเหนือที่โลดแล่นในสภาผู้แทนราษฎรมายาวนานกว่า 17 ปี เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และคนที่สอง ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เขาสิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนาน 10 ปี จากกรณีขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144

เส้นทางการเมืองยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

พิเชษฐ์เริ่มต้นบทบาทในแวดวงการเมืองระดับประเทศในปี 2543 โดยสังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนจะได้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อในปี 2546 แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการลาออกของ พล.อ. เชษฐา ฐานะจาโร

ปี 2550 เขาลงสมัครในเขตเลือกตั้งเชียงราย สังกัดพรรคพลังประชาชน และได้รับเลือกตั้ง ก่อนจะกลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในนามพรรคเพื่อไทยในปี 2554 และต่อเนื่องจนถึงปี 2568

ในปี 2566 ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป เขาได้รับการเสนอชื่อและรับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 โดยไม่มีคู่แข่ง ต่อมาในปี 2567 ขยับขึ้นเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 แทนที่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ประวัติการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

พิเชษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2506 ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรของนายเพชร และนางสมนา เชื้อเมืองพาน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาพืชศาสตร์ ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาเอกถึง 3 ใบ ได้แก่ สาขาการบริหารการพัฒนา จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา, รัฐประศาสนศาสตร์ จาก ม.แม่โจ้ และบริหารอุตสาหกรรม จาก สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ในช่วงวัยเรียน เขาเคยเป็นนายกองค์การนักศึกษาแม่โจ้ และเคยเป็นผู้นำเยาวชนในองค์การเกษตรกรแห่งอนาคตภาคเหนือ นอกจากนี้ยังเคลื่อนไหวการเมืองตั้งแต่วัยหนุ่ม เคยนำมวลชนเข้ากรุงเทพฯ ต่อต้านการเคลื่อนไหวของสนธิ ลิ้มทองกุล

พิเชษฐ์สมรสกับ นางสาวพิชชา เชื้อเมืองพาน มีบุตร 1 คน

บทบาทในช่วงวิกฤติการเมือง

พิเชษฐ์เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ปรากฏบทบาทในช่วงสถานการณ์การเมืองตึงเครียดหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ปี 2553 ที่เกือบมีปัญหากับนายปลอดประสพ สุรัสวดี จากกรณีแถลงแผนปรองดองโดยไม่ผ่านที่ประชุมพรรค

ปลายปี 2556 เขาร่วมกิจกรรมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เข้มข้น

วันที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นวันนี้ (1 สิงหาคม 2568) เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พิเชษฐ์พ้นจากสมาชิกภาพ สส. จังหวัดเชียงราย พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตในฐานะบุคคลที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 98(18) และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี

สาเหตุของการพ้นตำแหน่งเกิดจากการกระทำที่เข้าข่าย “แปรญัตติงบประมาณแผ่นดินโดยมิชอบ” ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ส่งผลให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 โดยอัตโนมัติ

บทสรุปของเส้นทางการเมืองกว่า 20 ปีของพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม และเป็นอุทาหรณ์ทางการเมืองที่หลายฝ่ายต้องนำไปพิจารณา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล