อากาศร้อนจนนอนไม่หลับ! แพทย์แนะนำ "8 อาหารช่วยนอนหลับ" ที่ไทยมีครบ

หมอไต้หวัน แนะนำเคล็ดลับช่วยให้หลับสบายแม้อากาศร้อน เผยอาหาร 8 ประเภท ที่ควรกินเพื่อช่วยให้นอนหลับดีขึ้น และอีก 3 ประเภทที่ไม่ควรกินก่อนนอน
อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงฤดูร้อนทำให้นอนหลับยาก พลิกตัวไปมาก็มีแต่เหงื่อท่วมตัว พอตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ผศ.นพ.เฉิน หย่งลี่ แพทย์แผนจีน ชาวไต้หวัน กล่าวว่า ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน อาการนอนไม่หลับในช่วงฤดูร้อนมักเกิดจากพลังหยางในร่างกายที่มากเกินไป ทำให้ร้อนใน ขาดความสมดุลของหยิน ส่งผลให้ใจรุ่มร้อน ว้าวุ่น นอนหลับยาก
นอกจากการปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นสบายและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว การเลือกทานอาหารให้เหมาะสมยังช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น และบอกลาปัญหานอนไม่หลับในหน้าร้อนได้อีกด้วย
ทำไมหน้าร้อนถึงนอนหลับยาก?
-
พลังหยางในร่างกายมากเกินไป
อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนทำให้ร่างกายสะสมความร้อนจนใจร้อน หัวใจทำงานหนัก ส่งผลให้นอนหลับยาก -
หยินพร่อง ไฟในร่างกายสูง
การนอนดึก ความเครียดสะสม หรือพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดภาวะหยินพร่อง ร้อนใน ส่งผลให้มือเท้าร้อน ปากแห้ง คอแห้ง ใจสั่น ว้าวุ่น และนอนไม่หลับ -
แสงแดดกระทบวงจรชีวิต
ฤดูร้อนเวลากลางวันยาวนาน แสงแดดแรง อาจรบกวนนาฬิกาชีวิตในร่างกาย ส่งผลให้การหลั่งเมลาโทนินผิดปกติ ทำให้นอนหลับยาก -
ความเครียด วิตกกังวล
ความกดดันจากงาน หรือปัญหาชีวิตสะสม พอถึงเวลากลางคืนเงียบๆ ความคิดวกวนก็พรั่งพรู ทำให้พลิกตัวไปมาจนนอนไม่หลับ
Ivan Oboleninov
เคล็ดลับกินอาหาร 8 ประเภทช่วยให้นอนหลับ
สำหรับใครที่นอนไม่หลับในหน้าร้อน นอกจากปรับสภาพห้องนอนให้อากาศถ่ายเท เย็นสบาย และจัดตารางชีวิตให้เหมาะสมแล้ว การเลือกกินอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน นี่คืออาหารที่แนะนำและไม่แนะนำสำหรับการนอนหลับในหน้าร้อน
-
อาหารที่มีทริปโตเฟนสูง
เช่น นม โยเกิร์ต ไข่ หมู เต้าหู้ ข้าวฟ่าง ปลา ฯลฯ ช่วยกระตุ้นการสร้างเซโรโทนินและเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้นอนหลับลึกและมีคุณภาพ -
อาหารที่ช่วยเพิ่มเมลาโทนิน
เมลาโทนินช่วยให้หลับง่ายและเพิ่มเวลาการหลับลึก หมอหลายคนแนะนำให้กิน "วอลนัท" เพราะมีเมลาโทนินสูง ช่วยเรื่องการนอน และดีต่อสุขภาพผู้ชายวัยทองอีกด้วย -
อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม
เช่น ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเปลือกแข็ง กล้วย ผลไม้ตระกูลส้ม ธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยลดความเหนื่อยล้า คลายความเครียด และช่วยให้ระบบประสาทสงบลง
-
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนคุณภาพดี
เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง อาหารประเภทที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เพิ่มการดูดซึมทริปโตเฟน ส่งผลให้นอนหลับดีขึ้น -
อาหารที่มีวิตามินบีรวม
เช่น เนื้อแดง เครื่องใน ผักใบเขียวเข้ม ธัญพืชไม่ขัดสี นม ไข่แดง ฯลฯ ช่วยลดความเหนื่อยล้า บำรุงระบบประสาทให้ผ่อนคลาย แพทย์แนะนำให้เสริมวิตามินบีทุกวันเพื่อให้เพียงพอ -
อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3
เช่น ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลาแซลมอน ถั่วเปลือกแข็ง อะโวคาโด ฯลฯ ช่วยกระตุ้นการหลั่งเมลาโทนิน เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ -
อาหารที่ช่วยบำรุงใจและปลอบประสาท
เช่น เมล็ดบัว (โดยเฉพาะดีบัว) หัวบัว เมล็ดพุทราจีน ฯลฯ ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ปรับสมดุลจิตใจให้นิ่งสงบ หลับสบาย -
ดื่มชาสมุนไพรช่วยให้นอนง่ายขึ้น
เช่น ชาคาโมมายล์ ชาดอกเก๊กฮวย ชาตะไคร้ ชาใบเตย ฯลฯ ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด และหลับง่ายขึ้น
สมุนไพรช่วยให้นอนหลับที่นิยมในฝั่งตะวันตก เช่น ลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ เวอร์บีน่า และดอกเอลเดอร์ ขณะที่ในฝั่งตะวันออกมักใช้สมุนไพรอย่าง เจียวกู่หลาน ชะเอมเทศ ข้าวสาลีลอยน้ำ และพุทราแดงแห้ง เพื่อช่วยให้นอนหลับสบาย
ชาสมุนไพรที่ผสมสมุนไพรหลากหลายชนิด เช่น ชามะลิช่วยปรับสมดุลพลังงาน และชาว่านอนหลับ ยังช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับตามสาเหตุที่แตกต่างกันได้อีกด้วย
ก่อนนอนงดกินสิ่งเหล่านี้ ไม่งั้นจะยิ่งนอนหลับไม่เต็มอิ่มจนเหนื่อยล้า
-
อาหารรสเผ็ดจัด
กระตุ้นระบบประสาท ทำให้ร่างกายร้อนระอุ -
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
เช่น กาแฟ ชา โคล่า ทำให้ตื่นตัว หลับยาก -
อาหารหวานจัด
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวน ส่งผลต่อคุณภาพการนอน
เคล็ดลับช่วยให้นอนหลับ
นอกจากการปรับเรื่องอาหารแล้ว ยังมีเคล็ดลับช่วยให้นอนหลับง่าย ๆ ดังนี้
-
แช่อ่างน้ำอุ่น
ควรแช่ก่อนเข้านอนประมาณ 4 ชั่วโมง (อย่าใกล้เวลานอนเกินไป) โดยใส่สมุนไพรอย่างใบพญายอและเกลือทะเลลงในอ่างน้ำ เช่น ชุดสมุนไพรสำหรับแช่ตัว และสามารถใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ หรือมะขามป้อมในห้องน้ำ กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยจะช่วยผ่อนคลายร่างกาย แพทย์ยังแนะนำให้หยดน้ำมันหอมระเหยลงในอ่างน้ำเลยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วยให้นอนหลับดีขึ้น -
เทคนิคหายใจโดยการใช้หน้าท้อง (Abdominal breathing)
สูดลมเข้า 4 วินาที อั้นลมหายใจ 8 วินาที และปล่อยลมหายใจออก 8 วินาที เทคนิคนี้เน้นการชะลอจังหวะการหายใจ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก (ระบบประสาทตื่นตัว) และเพิ่มการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (ระบบผ่อนคลาย) เปรียบเทียบได้กับเวลาทารกหรือผู้ใหญ่หลับสนิท จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของท้องช้าและนุ่มนวล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการผ่อนคลายของร่างกายสัมพันธ์กับจังหวะการหายใจอย่างใกล้ชิด
-
สภาพแวดล้อมมืดสนิท
เวลานอนควรอยู่ในที่มืดสนิท เพื่อป้องกันแสงสว่างรบกวน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการหลั่งเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่สมองส่วนต่อมไพเนียลสร้างขึ้น และมีบทบาทสำคัญในการควบคุมนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย -
งดอาหารก่อนนอน 2 ชั่วโมง
ควรงดทานอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารขณะนอนหลับ ซึ่งจะช่วยให้การนอนมีคุณภาพดีขึ้น และลดความเสี่ยงของอาการกรดไหลย้อน -
หลีกเลี่ยงการใช้จออิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอจะผ่านตาไปกระตุ้นสมอง ลดการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้นอนหลับยากขึ้น แพทย์เข้าใจดีว่าทำยาก แต่ขอให้พยายาม -
ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม
ควรตั้งอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย เพราะความร้อนหรือความเย็นเกินไปล้วนส่งผลเสียต่อคุณภาพการนอนหลับ
-
นวดจุดฝังเข็มก่อนนอน
จุดที่ควรนวด ได้แก่ จุดเฟิงชี (Fengchi), จุดเซินเหมิน (Shenmen), จุดเน่ยกวน (Neiguan), จุดซานอินเจียว (Sanyinjiao), และจุดหย่งเฉียน (Yongquan) -
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักก่อนนอน
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น วิ่งหรือฟิตเนส ภายใน 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
ความอบอ้าวในฤดูร้อนเป็นตัวเร่งให้เกิดอาการนอนไม่หลับ การนอนไม่หลับเองไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความกลัวที่จะนอนไม่หลับ อาการนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงและความดันเลือดสูงขึ้นอีกด้วย หมอหย่งลี่ แนะนำว่า หากอาการนอนไม่หลับดำเนินมาเกิน 3 เดือน ควรรีบปรึกษาแพทย์และรับการรักษาจากแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี