อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 อย่าง กินแล้วถ่ายคล่อง ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 ข้อนี้ กินแล้วถ่ายคล่อง เพิ่มกากใย แบคทีเรียชนิดดี ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่
ดร.การัน ราชาน (Dr. Karan Rajan) ศัลยแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีชื่อเสียงจากการให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดีย TikTok : @dr.karanr แนะนำให้เพิ่มอาหารที่มีกากใย 4 ชนิดนี้ลงในรายการอาหาร หากคุณมีปัญหาเรื่องถ่ายไม่ออก
ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพลำไส้ ช่วยเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้ ชะลอการย่อยอาหาร และทำให้การขับถ่ายเป็นปกติและราบรื่นมากขึ้น
ดร.ราชาน กล่าวว่าเขากินอาหารทั้ง 4 ชนิดนี้เอง โดยมี 2 อย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน
1. กีวี
“กีวีอุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ซึ่งช่วยให้ก้อนอุจจาระนุ่มขึ้น และเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาระบายบางชนิด” เขาอธิบาย
นักโภชนาการยกย่องว่ากีวีไม่เพียงแต่มีใยอาหารสูง ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และมีวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง
งานวิจัยปี 2023 พบว่า ผลไม้จำพวกส้ม แอปเปิล แตงโม และกีวี มีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของโลก

2. กาแฟ
“กาแฟมีทั้งไฟเบอร์ละลายน้ำและโพลีฟีนอล” ดร.ราชานกล่าว
โพลีฟีนอลเป็นสารจากพืชที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ และยังช่วยเป็นอาหารของแบคทีเรียดีในลำไส้
“กาแฟยังอาจช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการท้องผูก” เขาอธิบายเพิ่มเติม “และสำหรับคอกาแฟทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสำเร็จรูปหรือกาแฟไร้คาเฟอีนก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน”
แต่ก่อนจะดื่ม อย่าลืมดูเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนไม่หลับตอนกลางคืน

3. ถั่วรวม
“อย่างที่ 3 คือสิ่งที่ผมพยายามกินทุกวัน ถั่วรวม เช่น อัลมอนด์ วอลนัท และพิสตาชิโอ” ดร.ราชานกล่าว
“การกินถั่วหลากหลายชนิดจะทำให้คุณได้รับไฟเบอร์ชนิดพรีไบโอติกที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้”
เขายังระบุว่างานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การกินถั่วเป็นประจำ โดยทั่วไปประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน เชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ที่ลดลง ซึ่งอาจเกิดจากการลดการอักเสบและการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

4. โยเกิร์ต
อีกหนึ่งเมนูประจำวันของดร.ราชานคือโยเกิร์ต ซึ่งถือเป็นอาหารหลักในวงการศัลยแพทย์ทางเดินอาหาร
“ควรมองหาโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต เช่น แลกโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ซึ่งช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในลำไส้” เขาแนะนำ
โยเกิร์ตยังได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และช่วยให้ผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสย่อยแลคโตสได้ดีขึ้นอีกด้วย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี