อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 อย่าง กินแล้วถ่ายคล่อง ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่

อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 อย่าง กินแล้วถ่ายคล่อง ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่

อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 อย่าง กินแล้วถ่ายคล่อง ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อึไม่ออก?! หมออังกฤษมีตัวช่วย 4 ข้อนี้ กินแล้วถ่ายคล่อง เพิ่มกากใย แบคทีเรียชนิดดี ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่

ดร.การัน ราชาน (Dr. Karan Rajan) ศัลยแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีชื่อเสียงจากการให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านโซเชียลมีเดีย TikTok : @dr.karanr แนะนำให้เพิ่มอาหารที่มีกากใย 4 ชนิดนี้ลงในรายการอาหาร หากคุณมีปัญหาเรื่องถ่ายไม่ออก

ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพลำไส้ ช่วยเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้ ชะลอการย่อยอาหาร และทำให้การขับถ่ายเป็นปกติและราบรื่นมากขึ้น

ดร.ราชาน กล่าวว่าเขากินอาหารทั้ง 4 ชนิดนี้เอง โดยมี 2 อย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน

1. กีวี

“กีวีอุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ซึ่งช่วยให้ก้อนอุจจาระนุ่มขึ้น และเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาระบายบางชนิด” เขาอธิบาย

นักโภชนาการยกย่องว่ากีวีไม่เพียงแต่มีใยอาหารสูง ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และมีวิตามินซีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง

งานวิจัยปี 2023 พบว่า ผลไม้จำพวกส้ม แอปเปิล แตงโม และกีวี มีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของโลก

2. กาแฟ

“กาแฟมีทั้งไฟเบอร์ละลายน้ำและโพลีฟีนอล” ดร.ราชานกล่าว

โพลีฟีนอลเป็นสารจากพืชที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ และยังช่วยเป็นอาหารของแบคทีเรียดีในลำไส้

“กาแฟยังอาจช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ที่มีอาการท้องผูก” เขาอธิบายเพิ่มเติม “และสำหรับคอกาแฟทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสำเร็จรูปหรือกาแฟไร้คาเฟอีนก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกัน”

แต่ก่อนจะดื่ม อย่าลืมดูเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนไม่หลับตอนกลางคืน

 

3. ถั่วรวม

“อย่างที่ 3 คือสิ่งที่ผมพยายามกินทุกวัน ถั่วรวม เช่น อัลมอนด์ วอลนัท และพิสตาชิโอ” ดร.ราชานกล่าว

“การกินถั่วหลากหลายชนิดจะทำให้คุณได้รับไฟเบอร์ชนิดพรีไบโอติกที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้”

เขายังระบุว่างานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การกินถั่วเป็นประจำ โดยทั่วไปประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน เชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ที่ลดลง ซึ่งอาจเกิดจากการลดการอักเสบและการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

4. โยเกิร์ต

อีกหนึ่งเมนูประจำวันของดร.ราชานคือโยเกิร์ต ซึ่งถือเป็นอาหารหลักในวงการศัลยแพทย์ทางเดินอาหาร

“ควรมองหาโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต เช่น แลกโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ซึ่งช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในลำไส้” เขาแนะนำ

โยเกิร์ตยังได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) และช่วยให้ผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสย่อยแลคโตสได้ดีขึ้นอีกด้วย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล