หมอฉุกเฉินยืนยัน "น้ำอัดลม" รักษาโรคเร่งด่วนได้จริง แต่ย้ำหนักๆ อย่ากินเองมั่วซั่ว

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่า “โค้กสามารถนำมาล้างลำไส้ได้” ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่คำพูดเล่น ๆ เพราะถึงแม้ว่าเวลาเราพูดถึงเครื่องดื่มน้ำอัดลม คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึง “โรคเบาหวาน ความอ้วน โรคหัวใจ” แต่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล กลับมีหลายกรณีที่ "น้ำอัดลม" สามารถใช้ช่วยชีวิตได้จริง!
3 คุณสมบัติของน้ำอัดลม ที่ช่วยในการรักษาฉุกเฉิน
แพทย์ฉุกเฉิน ดร.ออง จื้อฮัว (翁梓華) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและการสื่อสารสุขภาพจากไต้หวัน อธิบายว่า โค้กในมุมมองของแพทย์ฉุกเฉินคือเครื่องดื่มที่
-
มีน้ำตาลสูง: อุดมด้วยกลูโคสและฟรุกโตส
-
เป็นกรด: มีกรดคาร์บอนิกและกรดฟอสฟอริกจากน้ำอัดลม
-
มีคาเฟอีน: แม้ในปริมาณเล็กน้อย แต่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกตื่นตัว
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ โค้กจึงสามารถใช้รักษาโรคบางอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ฉุกเฉิน
3 สถานการณ์ที่แพทย์ใช้น้ำอัดลมช่วยรักษา
-
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดหรือฉีดอินซูลินเกินขนาด หากเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ แพทย์มักให้ดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลเพื่อช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว
-
ล้างก้อนอุจจาระแข็ง (Bezoars) งานวิจัยหลายฉบับยืนยันว่า น้ำอัดลมสามารถช่วยสลายก้อนอุจจาระที่แข็งตัวจนขวางลำไส้ได้ เพราะกรดในโค้กสามารถละลายเส้นใยพืชที่ย่อยไม่ได้ ซึ่งมักเป็นสาเหตุของการก่อตัวของก้อนอุจจาระเหล่านี้
-
กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ คาเฟอีนและฟรุกโตสในน้ำอัดลมสามารถช่วยกระตุ้นลำไส้ให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยฟรุกโตสจะทำให้ลำไส้เกิดภาวะน้ำในลำไส้สูง ส่งผลให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น และในกรณีที่คนไข้กินอะไรไม่ได้ น้ำตาลในโค้กก็ช่วยเป็นแหล่งพลังงานสำรองได้
น้ำอัดลม = เครื่องมือช่วยฉุกเฉิน อย่าดื่มสุ่มสี่สุ่มห้า
แม้ว่าน้ำอัดลมจะถูกใช้เป็นตัวช่วยในกรณีฉุกเฉิน แต่ ดร.ออง จื้อฮัว ย้ำว่า อย่านำไปใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้ เช่น เบาหวานและโรคหัวใจ
หากมีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด หรือระบบขับถ่ายผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
ผลไม้โปรดทำพิษ สาวมีก้อนหินยักษ์ในกระเพาะ อึ้งวิธีรักษา หมอให้กินโค้กวันละ 4 ลิตร
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี