ปตท.ใช้โอกาสค่าบาทแข็งค่า ขยายธุรกิจ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. จะอาศัยในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า เป็นโอกาสในการขยายการลงทุนในต่างประเทศ 3 กลุ่มธุรกิจ คือ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถ่านหิน และ ผลิตไฟฟ้า

โดยการลงทุนในธุรกิจ LNG จะผลิตเพิ่มเติม โดยขณะนี้กำลังพิจารณาประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ การ์ตา ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ปาปัวนิวกินี และ ติมอร์-เลสเต

ส่วนธุรกิจถ่านหิน มองว่า อนาคตถือเป็นพลังงานสะอาด ที่จะมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายต่อไป และธุรกิจผลิตไฟฟ้า จะเป็นการพัฒนาการผลิตไฟฟ้า ที่จะส่งกลับมาขายในประเทศไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว และพม่า ซึ่งขณะนี้มีจังหวะที่ดีในการเข้าไปลงทุน

นอกจากการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศแล้ว ปตท. จะใช้โอกาสจากที่เงินบาทแข็งค่า ด้วยการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการดูแล และบำรุงรักษา ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำเข้าได้ในราคาที่ถูกลง


ปตท. เผย ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังสูงกว่าต้นทุนจากค่าบาทแข็งค่า จึงยังไม่สามารถลดราคาน้ำมันขายปลีก

พร้อมกันนี้ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า สาเหตุที่ ปตท.ไม่ได้ปรับลดราคาน้ำมันในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า เป็นเพราะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 5 ดอลลาร์ จากในช่วงต้นเดือน ต.ค.ซึ่งอยู่ที่ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล ในขณะที่เงินบาทแม้จะปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าในช่วง 2 สัปดาห์นี้ เงินบาทค่อนข้างจะทรงตัว ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ต้นทุนจากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงถือว่าสูงกว่าต้นทุนจากการแข็งค่าของเงินบาท

ทั้งนี้ นายเทวินทร์ ยอมรับว่า จากภาวะเงินบาทที่แข็งค่า อาจจะทำให้รายได้ ที่เมื่อผันกลับมาเป็นเงินบาทต้องลดลงเพราะ
ปตท. มีรายได้หลักจากราคาน้ำมัน และมาร์จิ้น ที่มีความเชื่อมโยงกับค่าเงินดอลลาร์ แต่ทั้งนี้ ปตท. ได้มีการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสามารถนำมาชดเชยได้