ศาล รธน.ไต่สวนพยานคดีถือครองหุ้น

ศาล รธน.ไต่สวนพยานคดีถือครองหุ้น
สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานผู้ร้อง คดีถือครองหุ้นในกิจการสัมปทานของรัฐ ซักพยานยืนยันบริษัทไม่ได้รับสัมปทานจากรัฐ มีการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ชี้แม้มีหุ้นแต่เป็นจำนวนน้อย ไม่มีผลต่อการชักนำเปลี่ยนแปลง

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนพยานในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 16 คน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 13 และ 16 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (6) และ119 (5) เนื่องจากกระทำการต้องห้ามตามมาตรา 265 (2) (4) ถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงาน การไต่สวนพยานวันนี้ (20 ส.ค.) เป็นนัดที่ 3 ของพยานฝ่ายผู้ร้อง โดยพยาน ประกอบด้วย ตัวแทนบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. เคมีคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ในการไต่สวนผู้แทนฝ่ายผู้ถูกร้องส่วนใหญ่มุ่งซักถามพยานในประเด็นว่าการดำเนินการของบริษัทตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ยังถือว่าเป็นกิจการของรัฐหรือไม่ เพราะ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2550 ก่อนการเข้ารับตำแหน่งของ ส.ส.ในชุดนี้ที่เข้ารับตำแหน่งจากการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ดังนั้นจึงไม่ถือว่าบริษัทดังกล่าวเป็นกิจการที่ได้จากการสัมปทานจากรัฐ แต่เป็นการแข่งขันในเชิงธุรกิจ พร้อมยืนยันว่าการถือหุ้นของ ส.ส. ส.ว. และครอบครัว มีเพียงจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วนของหุ้น จึงไม่ได้มีอำนาจหรือมีผลก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ชี้นำในการบริหารงานบริษัทนั้นๆ

ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านรายงานกระบวนการพิจารณาอนุญาตให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ พยานฝ่ายผู้ร้อง เลื่อนส่งบันทึกคำให้การเป็นวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ตามที่ได้ร้องขอ พร้อมนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องนัดต่อไปวันที่ 27 สิงหาคม 2553