นามปัดไม่เคยขอตำแหน่ง-รถยันไม่ได้จ้องเล่นงานทักษิณ

นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงกรณีถูกฝ่ายค้านโจมตี การรับเป็นคณะทำงานในกระทรวงยุติธรรมตามคำเชิญของ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐ รมว.ยุติธรรมว่า เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ในการช่วยเหลือคดีต่าง ๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ยืนยันว่า การตอบรับช่วยงานในกระทรวงยุติธรรม ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน และไม่มีข้อต่อรองแต่อย่างได

นายนาม กล่าวว่า เขารับราชการในกระทรวงยุติธรรมมา ไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์ ที่สำคัญเขาแก่แล้ว จะไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้องได้อย่างไร การรับปากเข้ามาช่วยงานในกระทรวงยุติธรรม เป็นเพราะเห็นว่า ยังมีความรู้ความสามารถที่ช่วยประเทศชาติให้พ้นวิกฤติได้ อะไรที่พอทำได้ก็ช่วยกันไปแต่ต้องเป็นงานที่ถูกฎหมาย

// //

ผมไม่เคยขอตำแหน่งใครอยู่แล้ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่า จะมีคนเห็นความสามารถของผมหรือไม่ ที่ผ่านมา ผมก็ถูกเชิญไปช่วยงานตั้งหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น กกต.หรือล่าสุดเป็น คตส. ทุกคนก็ยอมรับในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น อย่ามาโจมตีกันเลย ขอให้มาช่วยชาติบ้านเมืองในการทำงาน หากการเชิญผมเข้ามาช่วยงานถูกโจมตีอย่างนี้ และรัฐมนตรียุติธรรมจะเปลี่ยนใจ ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะผมตอบรับโดยไม่คิดหวังผลตอบแทนอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่า งานกฎหมาย และเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เป็นการถนัดแม้จะแก่แล้วก็สามารถทำได้ ไม่มีปัญหา ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ คงจะได้มีการหารือร่วมรัฐมนตรีอีกครั้ง นายนาม กล่าว

นายนาม กล่าวว่า การเข้าไปช่วยงาน เขาไม่ได้ขอรถประจำตำแหน่งแต่อย่างใด เพราะเขาเลิกขับรถมานาน จะให้ไปขับรถอีก ก็ต้องไปฝึกเป็นเดือน เขาอายุ 73 แล้วสายตาไม่ดี จะให้ไปขับรถเหมือนวัยหนุ่มคงไม่ได้ และเห็นว่า การเดินทางไปช่วยงานที่กระทรวงอยู่ไกล น่าจะมีรถมารับก็เท่านั้น ไม่ใช่ขอรถประจำตำแหน่งแต่อย่างได และแม้ว่า เขาจะขับรถไม่ได้ แต่ก็มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย และเป็นงานถนัดที่สามารถช่วยงานได้ เพราะหลังจากเกษียณอายุราชการ เขาก็ไปเป็นที่ปรึกษาไทยธนาคาร และหากจะมาเป็นคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม ก็สามารถทำงานได้โดยไปทำงานในช่วงบ่าย

เมื่อถามว่า การเสนอตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรม มีความสนิทสนมกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายนามกล่าวว่า เรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นเป็นนิทานหลอกเด็ก ตั้งแต่เขาเป็นเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงยุบพรรคไทยรักไทย แถมยังกล่าวหาเขาว่า ไปสนิทสนมนายชวน ถึงขนาดไปเช่าบ้าน ซึ่งความจริงเขาไม่รู้จักนายชวน หรือใครในพรรคประชาธิปัตย์เป็นการส่วนตัว แต่รู้จักในฐานะนักการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มีการรู้จักเป็นการส่วนตัว

ส่วนกรณีที่เข้ามาเป็นประธานสอบกรณีทุจริตเรือ-รถดับเพลิงของ กทม.ที่มีคนของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้อง โดยหน้าที่ของประธานคตส. ไม่สมควรเข้ามาเป็นประธานสอบด้วยซ้ำ แต่เกิดจากมติเอกฉันท์ของที่ประชุม คตส.ต้องการให้เข้ามาทำหน้าที่ประธานสอบ เมื่อเป็นมติก็ปฏิเสธไม่ได้ ยืนยันว่า ในการปฏิบัติหน้าที่คตส.ไม่เคยเข้าข้างใคร คนใด คนหนึ่ง ทุกอย่างต้องว่าไปตามขั้นตอน ตนคนเดียวจะไปเคลียร์คดีให้ใครไม่ได้

เมื่อถามว่า การเชิญเข้ามาทำงานครั้งนี้ เพื่อต้องการสางคดีทีเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนาม กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดถึงขนาดนั้น เพียงแต่เบื้องต้น ได้มีการเชิญเข้ามาเป็นคณะทำงานในกระทวงเท่านั้น ส่วนตัวเห็นว่า งานอะไรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ก็พร้อมจะทำทุกหน้าที่ ยกเว้นงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย

รายการคมชัดลึกตอน-บนเรียนซานติก้า-เสือป่า-อย่ามีอีก

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ซานติก้าผับ และเหตุเพลิงไหม้อาคารเสือป่าพลาซ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่มีข้อมูลว่ามีอาคารและสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 1 แสนแห่งทั่วประเทศ เสี่ยงจะเกิดเหตุซ้ำรอย หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการในการป้องกันเหตุร้ายดังกล่าวอย่างไร รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันที่ 5 มกราคม หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดคุย เพื่อร่วมหาแนวทางป้องกัน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!