นายกแจงสื่อนอก'เบื้องสูง'ไม่แทรกการเมือง

นายกแจงสื่อนอก'เบื้องสูง'ไม่แทรกการเมือง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว เอเอพพี ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ประเทศที่ทหารมีอำนาจและมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพอย่างสูงสุด กองทัพควรจะอยู่ห่างจากการเมือง ซึ่งสถาบันทั้งสองมีบทบาทอย่างมากในเหตุการณ์ความปั่นปวนทางการเมือง ของไทยในสองเดือนของการประท้วงจากคนเสื้อแดง และลงท้ายด้วยการปราบปรามจากกองทัพ ในเดือน พฤษภาคม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ขณะที่ไทยต้องพึ่งพาทหาร เมื่อมีการประท้วงและความไม่สงบเกิดขึ้น ซึ่งตนก็หวังว่าในอนาคต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพร้อมกระทำการเช่นเดียวกับกองทัพ นอกจากนี้ยังหวังว่าทหารจะยังคงเคารพรัฐธรรมนูญ และระบบรัฐสภา และจะปฏิบัติตามเฉพาะคำสั่งจากรัฐบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย

นอกจากนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ ยังปัดข่าวลือล่าสุดที่ว่าทหารได้รับการเตรียมความพร้อม ที่จะเปิดรัฐประหาร หากรัฐบาลไม่สามารถจบการประท้วงลงได้

"ความจริงที่มันไม่ได้เกิดขึ้นแม้จะมีบางคนพูดและอาจคาดหวังให้เกิดขึ้น" นายกรัฐมนตรีกล่าว

โดยเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองครั้งที่ผ่านมา มีผู้นำเสื้อแดงบางคนได้เรียกร้องให้สถาบันเบื้องสูงเข้ามาแซกแทรงซึ่งในประเด็นนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาล ได้ตระหนักอยู่ตลอดเวลา ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ควรอยู่เหนือการเมือง พร้อมทั้งปฏิเสธการคาดเดาว่า เบื้องสูงได้พยายามมีอิทธิ พลต่อการบริหารงานของเขา ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า "ตนสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ทุกการตัดสินใจต่อการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไม่มีการแทรกแซงจากเบื้องสูง" ... "สถาบันมีบทบาทเช่นเดียวกันกับในรัฐธรรมนูญของประเทศอื่นซึ่งมีการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอาจจะได้รับการปกป้องมากกว่าประเทศอื่นใดในโลกและเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในราชอาราจักรไทย

ขณะที่ กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการซึ่งมีความกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับการเพิ่มมากขึ้น ของกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เข้มงวดของไทย ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 15 ปี

โดย นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวชี้แจงว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดยรัฐบาลในเดือนธันวาคม จะทำการกำหนดขอบเขตแก่ประชาชนเพื่อจะเข้าใจมากขึ้นในเสรีภาพการแสดงออกต่อสถาบันเบื้องสูง อีกทั้งจะมีการกำหนดความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างผู้ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง อาจจะเป็น การอภิปรายทางด้านวิชาการ ออกจาก ประชาชนผู้ที่แสดงออกโดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการทำลายสถาบัน ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ