รายงาน-หยุดเสื้อแดง...ด้วยอำนาจรัฐ!

การเดินสายป่วนคนในรัฐบาลไปทุกหนทุกแห่งของคน เสื้อแดง แม้ไม่สร้างแรงกดดันขนาดหนัก ถึงขั้นเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่ก็สร้างความรำคาญใจได้ไม่น้อย

// //

จะเดินหน้าทำงานก็ไม่เต็มสูบต้องเหลียวหลังอยู่ตลอด

มวลชนเสื้อแดงใช้ยุทธการสงครามกองโจร ผลุบโผล่ ดักซุ่มโจมตีทุกที่ที่มีคนประชาธิปัตย์ ใครก็ได้ไม่เลือกหน้าตา เพราะขนาด ชวน หลีกภัย ที่บุคลิกนุ่มนิ่มเป็นฟองน้ำ ยังโดน ฉะนั้นคนอื่นก็อย่าหวังว่าจะรอด

หลังจากนี้เสื้อแดงก็ยังไล่ล่า ทุบเรียงตัว ต่อไป

ไม่หวังผลให้ล้มทันที แต่จะเตะตัดขา บั่นทอนกำลังไปเรื่อยๆ

แม้ จตุพร พรหมพันธุ์ หัวหอกเสื้อแดง จะประกาศว่าจะปฏิบัติการทุกอย่างที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยทำ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว แดง จะทำแบบที่ เหลือง ทำนั้น ยากเย็นเหลือเกิน

เพราะเจาะดูโครงสร้างการก่อรูปของกลุ่มเสื้อแดง จะเห็นว่ายังมีแสนยานุภาพน้อยกว่า พันธมิตร หลายเท่าตัวเสื้อเหลือง มีการจัดตั้งที่เป็นระบบ ใช้สื่อครบวงจรสร้างเครือข่ายโยงใยมวลชน พ่อยก แม่ยกทั่วประเทศ มีทุนสนับสนุน น้ำเลี้ยงไม่เหือดแห้ง

ขณะที่การเคลื่อนไหว เสื้อแดง ยังสะเปะสะปะ ขาดเอกภาพในขบวนการ เนื่องมาจากมวลชนมีที่มาอันหลากหลาย ทั้งแฟนคลับทักษิณ ทั้งฝ่ายซ้ายเก่า ทั้งชาวรากหญ้า ผู้ใช้แรงงาน

การประกอบกำลังจากหลายส่วน ทำให้แต่ละกลุ่มมีเป้าหมายหลายระดับแตกต่างกัน ต่างสร้างดาวกันคนละดวง ทำให้เสื้อแดงไม่อาจจะเกาะกลุ่มชุมนุมปักหลักยืดเยื้อยาวนาน กดดันกันข้ามเดือนข้ามปีได้เหมือนพันธมิตร

แถมพฤติกรรมที่ส่อไปในทางใช้ความรุนแรงต่อเนื่องทำให้สังคมเข็ดขยาด

เมื่อซื้อใจคนไม่ได้ จึงไม่อาจจะขยายแนวร่วมออกไปได้กว้างกว่านี้

ที่สำคัญการปลุกระดมให้มวลชนเกลียดชังในตัว ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนยังถูกปลุกระดมด้วยระยะเวลาสั้นๆ ยังไม่เป็นกระแสสูง

ถ้าเทียบกับที่สีเหลืองใช้เวลานับปีสะกดมวลชนให้โกรธแค้น ทักษิณ

ถ้าเสื้อแดงจะยกระดับให้เป็นขบวนการแบบพันธมิตรให้ได้อย่างที่ จตุพร ประกาศก็ต้องใช้เวลาเป็นปี

ศึกนอก ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ อันว่าด้วยม็อบเสื้อแดงจึงยังไม่หนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องเก็บเสื่อลาโรงก่อนเวลา

แต่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะผู้นำรัฐบาล นอกจากประกาศปาวๆ ว่าจะสร้างสมานฉันท์แล้วยังต้องลงมือทำด้วย

การสร้างสมานฉันท์ที่ยั่งยืนที่สุดคือต้องทำให้คนทุกฝ่ายในสังคมอยู่ภายใต้กฎ กติกา เดียวกันให้ได้

โดยเฉพาะรัฐบาลต้องทำเป็นแบบอย่าง แก้ไขข้อครหาให้เสร็จสิ้น ทั้งกรณีการแจกเก้าอี้ในรัฐบาลแบบต่างตอบแทน การทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะกรณีการเช่ารถเมล์ 4,000 คันที่จ่ออยู่ตรงหน้า รวมทั้งสร้างการยอมรับจากสังคมให้ได้

แต่ถ้าจัดการกลิ่นฉาวโฉ่เหล่านี้ไม่ได้ มันจะกลายสภาพเป็นปุ๋ยชั้นดีที่เร่งวันเติบโตให้ม็อบอย่างช่วยไม่ได้

ถ้าย้อนดูเส้นทางการเติบโตของพันธมิตร จะเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้เสื้อเหลืองเฟื่องฟูขึ้นมาคือการลุแก่อำนาจของนักการเมือง จนมองไม่เห็นหัวประชาชนนั่นเอง ไม่ใช่อื่นไกล

และวันนี้ประชาธิปัตย์กำลังจะเดินตามรอยนั้นหรือไม่

เมื่อ ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ภายหลัง ชวน หลีกภัย ถูกปาไข่บนรถหาเสียง ว่า

เหตุการณ์ที่ จ.เชียงใหม่ อยากถามไปยังผู้ว่าฯ และผู้บังคับการจังหวัดว่าหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือรู้เห็นเป็นใจ ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องทบทวนในการดำรงตำแหน่ง

คำสัมภาษณ์ที่ประดุจดั่งนโยบายของเสนาบดีร้อนวิชา หวังจะใช้อำนาจจัดการเชือดไก่ให้ลิงดู จะเป็นก้าวแรกที่เพลี่ยงพล้ำให้แก่ม็อบเสื้อแดง เปิดจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้าม เรียกแขก ได้ง่ายๆ

อย่าลืมว่าการโยกย้ายข้าราชการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาลในยุคทักษิณ เป็นเงื่อนไขหนึ่งให้ประชาชนลุกฮือกันขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม

การมุ่งหน้าทำงานเพื่อประชาชนทุกฝ่ายอย่างหนัก บวกกับยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เท่านั้น คือหนทางเดียวที่จะโอบอุ้มรัฐบาลให้รอดพ้นคมหอกสีแดงได้

ที่สำคัญต้องอย่าตื่นตูมโดดเข้าไปเล่นในเกมของฝ่ายตรงข้าม

เพราะทุกกระบวนท่าที่ฝ่าย เสื้อแดง แสดงพลังนั้น ก็เพื่อยั่วยุให้รัฐบาลกระทำการ ลุแก่อำนาจ ซึ่งจะกลายเป็นหอกทิ่มรัฐบาลกลับคืน

ดีที่สุดคือรัฐบาลโดย นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงในทุกมิติ ให้เหล่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งหลายเห็นอย่างเด่นชัดว่า อำนาจรัฐ ชั่วโมงนี้ อยู่ในมือคนชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

และพร้อมที่จะใช้ อำนาจรัฐ นั้น ทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองให้ได้อย่างถึงที่สุด

เสถียร วิริยะพรรณพงศา

ตะลุยข่าว : THE GREEN POLICE กองปราบฯ สู่ศตวรรษที่ 21

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกสามารถระงับยับยั้งปัญหาอาชญากรรมให้ลดลงและควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้ ตรงกันข้ามกับประเทศไทย กลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีการกล่าวถึงในระดับนานาชาติว่า

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด