อจ.จุฬาฯแจงงบกระตุ้นศก. ซัดหวังผลการเมืองมากกว่า

นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการเบิกจ่ายงบประมาณกลางปี 2552 ว่า หากพิจารณาจากการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย มองว่ายังทับซ้อนกันอยู่ เช่น กลุ่มผู้ปกครอง ที่ทับซ้อนกับกลุ่มผู้รายได้ประจำ ทั้งที่การนำเม็ดเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรแบ่งตามลักษณะฐานรายได้และกำลังซื้อ จึงสามารถแบ่งได้ 2 อาชีพหลัก คือ ภาคเกษตรและผู้มีรายได้จากเงินเดือนหรือการลงทุน เมื่อแบ่งเช่นนี้แล้ว จะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเห็นเป้าหมายมากขึ้น

นายณรงค์ กล่าวว่า การสร้างรายได้ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นกำลังซื้อ ต้องถามว่า มีจุดมุ่งหมายอย่างไร เพราะตามหลักแล้ว มีหลักในการกระตุ้น 4 อย่าง เช่น กระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน ภาคเอกชน ภาครัฐและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตอนี้ตัวกระตุ้นใหญ่ที่สุด คือ การบริโภคภาคครัวเรือน แต่รัฐบาลชุดนี้กลับกำหนดกลุ่มอย่างทับซ้อนกัน ดังนั้น ผลที่ได้รับอาจไม่เห็นเด่นชัด

นายณรงค์ กล่าวว่าถึงโครงการถนนไร้ฝุ่นว่า รัฐบาลควรมีโครงการเมกกะโปรเจก ที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน การจะบรรลุวัตถุประสงค์ต้องดูว่ามีเงื่อนไขในการหมุนเวียนภายในประเทศหรือไม่ หากเน้นการนำเข้า ก็จะไม่เกิดการจ้างงานและผิดวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตนมองว่าโครงการที่รัฐบาลควรทำ คือ การขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ เพราะสามารถนำดินไปขาย ทำให้น้ำไม่ท่วม ทำให้ประชาชนสามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรอย่างไม่ขาด และส่งเสริมการท่องเที่ยว

โครงการเหล่านี้ สามารถจัดทำได้ แต่รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะนำเงินงบประมาณมาจากไหน เพราะถ้านำงบประมาณมาจากการกูยืมก็จะต้องดูว่าการลงทุน ที่ไม่คุ้มทุนควรทำหรือไม่ แต่ถ้านำเงินจากเงินคงคลัง ก็คงต้องดูว่า ในคลังขณะนี้มีศักยภาพการจ่ายหรือไม่ ถ้าเราไม่เห็นที่มาของเงิน ก็ไม่สามารถประเมินว่าโครงการต่างๆ คุ้มทุนหรือไม่ นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ กล่าวถึงสวัสดิการรถฟรี น้ำ-ไฟฟรีและการเรียนฟรีว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรมีให้ประชาชน เพราะถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ทุกพรรคการเมืองกลับนำการตลาดมาสร้างคะแนนนิยม หากจะให้ผลดี ควรให้ประชาชนมาลงทะเบียน เพื่อจัดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนและออกคูปองให้ประชาชน อาจเรียกว่าคูปองพิเศษสำหรับประชาชน เพื่อไม่ให้ผิดกลุ่มเป้าหมาย

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด