เช็กข่าวชัวร์ : คนที่กินเร็ว "อ้วนกว่า" คนที่กินช้าๆ จริงหรือ? ผลวิจัยเฉลยกระจ่างแล้ว!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1852/9261590/fc_thumbnail1200x720(13).jpgเช็กข่าวชัวร์ : คนที่กินเร็ว "อ้วนกว่า" คนที่กินช้าๆ จริงหรือ? ผลวิจัยเฉลยกระจ่างแล้ว!

เช็กข่าวชัวร์ : คนที่กินเร็ว "อ้วนกว่า" คนที่กินช้าๆ จริงหรือ? ผลวิจัยเฉลยกระจ่างแล้ว!

แชร์เรื่องนี้

กินเร็วหรือช้าดีกว่ากัน?  หยุดเถียงข้างๆคูๆ นักวิจัยเฉลยให้กระจ่าง รู้แล้วเอาข้อมูลไปกาง!

การเลือกวิธีการกินที่เหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะพฤติกรรมการกินที่รวดเร็วหรือช้า ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าแต่ละวิธีมีผลกระทบที่แตกต่างกัน จากผลการวิจัยที่ติดตามพฤติกรรมการกินของอาสาสมัครกว่า 1,000 คน พบว่า

การกินเร็วอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น โรคเมตาบอลิซึม และโรคที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาหาร ในขณะที่การกินช้ากลับส่งผลดีต่อการย่อยอาหารและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ มาทำความเข้าใจกันว่าเหตุใดการกินช้าจึงดีกว่าการกินเร็วและมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย

คำถาม:

หลายคนสงสัยว่าควรกินเร็วหรือช้า และพฤติกรรมการกินเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ?

การตรวจสอบ:

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ vtcnews นักวิจัยได้ติดตามอาสาสมัครมากกว่า 1,000 คน ผลการวิจัยพบว่า คนที่กินเร็วมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเมตาบอลิซึมมากกว่า 5.5 เท่า เช่น โรคอ้วน, ความดันโลหิตสูง, ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ข้อสังเกตนี้ชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารเร็วจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสัญญาณว่าได้รับอาหารเพียงพอจากสมอง จึงมีแนวโน้มที่จะกินเกินความจำเป็น ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด หรือสะอึก.

ข้อเท็จจริง:

การรับประทานอาหารช้าจะช่วยให้ร่างกายมีเวลารับรู้ถึงปริมาณอาหารที่รับประทานไป ซึ่งช่วยในการควบคุมปริมาณอาหารและการย่อยได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเมตาบอลิซึมและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลอรี่น้อยลง การเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ ยังช่วยในระบบการย่อยอาหารและทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคกรดไหลย้อน.

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :vtcnews