ซีพีเอฟสร้างแบรนด์บุกตลาดโลก

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้อนุมัติให้บริษัทย้ายหมวดธุรกิจของซีพีเอฟ จากหมวดธุรกิจการเกษตร เป็นหมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป เพื่อให้สะท้อนโครงสร้างรายได้ที่ธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 79,084 ล้านบาท หรือ 59% ของยอดขายรวมในปี 50 เพิ่มเป็น 98,067 ล้านบาทหรือ 60% ของยอดขายรวมในปี 52 รวมถึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์นโยบายที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อมุ่งสู่การเป็นครัวของโลก ส่วนปีนี้วางงบลงทุนรวมไว้ที่ 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้คาดว่าหลังจากย้ายหมวดธุรกิจแล้ว จะทำให้ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ของซีพีเอฟดีขึ้น โดยปี 52 มีกำไรสุทธิ 10,190 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 226% จากปี 51 ที่มีกำไรสุทธิ 7,062 ล้านบาท นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ได้อนุมัติโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (อีจิ๊ป) ที่เป็นโครงการลงทุนซื้อหุ้นของซีพีเอฟสะสมเป็นรายงวด เพื่อเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้ผลตอบแทนกับพนักงาน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.53- 31 มี.ค.56 รวมระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะหักเงินเดือนผู้เข้าร่วมโครงการในอัตราไม่เกิน 5% ของเงินเดือนในแต่ละเดือน จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการเพื่อสะสมเข้ากองทุน และกลุ่มซีพีเอฟจะจ่ายสมทบในอัตรา 80% ของเงินที่ หักจากผู้เข้าร่วมโครงการทุกเดือน

รายงานข่าวจากตลท. กล่าวว่า ณ วันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ซีพีเอฟมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับ 105,279.13 ล้านบาทเป็นครั้งแรกนับแต่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลท.เมื่อปี 30 ที่ผ่านมา.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด