สื่อเทศชี้แดงเริ่มน้อย-ยุทธศาสตร์ล้มเหลว

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักข่าว บีบีซี รายงานโดยผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ตัวเลขกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มลดน้อยลง แต่ความรักที่มีให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเจตนารมณ์ของพวกเขา ยังคงเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย ได้ประมาณการณ์ตัวเลขของผู้ชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา ว่าน่าจะลดลงจากราว 100,000 คน เหลือประมาณ 90,000 คน (ล่าสุดจากเอเอฟพี เมื่อเวลา 20.00 น. วานนี้ จากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่ามีเหลืออยู่ราว 38,000 คน)

ขณะที่ สำนักข่าวเมโทรของอังกฤษ รายงานตามคำกล่าวของ นายวีระ มุสิกพงศ์ หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุม ว่า จะยังคงรักษาฐานที่มั่น และจะมีการหมุนเวียนกำลังผู้ชุมนุม "และเมื่อถึงเวลาอันสมควร ก็จะมีการรวบรวมกำลังพลคนนับล้านคนมาสมทบ"

ด้าน แอลเอ ไทม์ส ของสหรัฐฯ รายงานว่า จนถึงกลางสัปดาห์ บรรดาผู้ประท้วงส่วนใหญ่ยังคงปักหลักอยู่ในกรุงเทพ ขณะที่ การประท้วงโดยส่วนใหญ่ยังดำเนินไปด้วยความสงบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ยังมีการเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสิงคโปร์ เตือนว่า การเคลื่อนไหวของผู้นำสามารถที่จะจุดประกายความรุนแรงให้เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ส่วน สำนักข่าวซินหัวของจีน ชี้ว่า การขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และการแสดงถึงความลังเล เป็นเหตุผลที่ทำให้มีผู้มาชุมนุมไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเหตุผลดังที่ได้กล่าวมา ยังทำให้เกิดความวิตกว่า จะเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายกันกับเหตุการณ์ความรุนแรง จากการประท้วงเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา ยิ่งในเวลาเช่นนี้ ไม่เหมาะสำหรับคนเสื้อแดงในการตั้งเวทีชุมนุม เพื่อต่อต้านรัฐบาล เนื่องจาก เป็นช่วงที่เศรษฐกิจของไทยกำลังฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก จึงเป็นเหตุผลที่คนกรุงเทพฯ ไม่ค่อยเข้าร่วมชุมนุม เนื่องจาก พวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะกดดันให้รัฐบาล เปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังนั้น การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ จึงไม่มีความกดดันมากพอที่จะทำให้รัฐบาลเสียการควบคุม

ขณะที่ รอยเตอร์ส ชี้ ประเด็นตลาดการเงิน ซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทย สามารถไต่ขั้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 เดือนได้เมื่อวานนี้ พร้อมรายงานจากความคิดเห็นของ นายจักรกริช เจริญเมธาชัย นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก
ที่กล่าวว่า เหตุการณ์ทางการเมืองคราวนี้ ไม่ได้ส่งผลทางคาดหมายหมาย และเงินต่างประเทศ น่าจะยังไหลเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยต่อไป หากการประท้วง ไม่ได้จบลงด้วยความรุนแรง

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด