งัดกฎเชือดทีมช่างฟ้องเขี่ยพ้นลีก

สิงห์เจ้าท่าส่อแห้วยื่นอุทธรณ์ลดโทษ

ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก เป็นประธานการประชุมกรรมคณะกรรมการฯ เรื่องการจัดการแข่งขันฟุตบอล ไทยพรีเมียร์ลีก และ ลีกดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2010 เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอล หลังการประชุม ดร.วิชิต ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ต้องการให้การแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ลีกแห่งชาติ หรือ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 มีการตกชั้น เนื่อง จากการแข่งขันในปัจจุบัน ยังไม่มีการกำหนดว่าจะตกชั้นกันอย่างไร และจะตกชั้นกันกี่ทีม ซึ่งการกำหนดกฎ-กติกาการแข่งขันนั้น ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 จะต้องพิจารณากันต่อไป

ส่วนเรื่องใบโอนย้ายตัว (ไอทีซี) ของนักเตะต่างชาติ ทุกสโมสรจะต้องทำอย่างชัดเจน และถูกต้องตามกฎของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องกัน ระหว่างผู้เล่นและสมาคมฟุตบอลฯ โดยในบันทึกข้อตกลงการออกใบอนุญาตให้กับสโมสรต่าง ๆ เพื่อเข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย (ไทยพรีเมียร์ลีก และ ลีกดิวิชั่น 1) ได้มีการกำหนดเอาไว้ว่า ห้ามไม่ให้สโมสรสมาชิกของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ทำการฟ้องร้องบริษัทฯ เป็นคดีทางศาล ซึ่งหากสโมสรใดทำก็ถือว่ากระทำผิด ถือว่าได้มีการละเมิดข้อตกลง จึงอาจถูกตัดออกจากการแข่งขันได้ ไม่ว่าการฟ้องร้องนั้น ศาลจะรับฟ้องหรือไม่ก็ตาม

สำหรับเรื่องที่จะเปิดให้สโมสรสมาชิกเข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาระเบียบและข้อบังคับทางกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบัน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าของบริษัท และเป็นผู้กำหนดตัวกรรมการบริษัทฯ โดยมีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ทุก ๆ 2 ปี ดังนั้นโอกาสที่เปลี่ยนตัวนายกสมาคมฟุตบอลฯ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เจ้าของ จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับสโมสรที่ถือหุ้น ที่อาจจะมีการเลื่อนชั้นและตกชั้นได้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นได้ทุกปี

บิ๊กเปี๊ยก นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า กรณีที่สโมสร สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือไทย ได้ทำการอุทธรณ์จากการที่ถูกลงโทษแบนห้ามลงเล่นในบ้าน 3 นัด, ห้าม โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ ลงคุมเกมข้างสนาม 3 นัด ตอนนี้ทาง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา อุปนายกสมาคมฟุตบอลฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาโทษ กำลังพิจารณาคำอุทธรณ์ต่าง ๆ อยู่ แม้ว่า นายพิเชฐ มั่นคง ประธานสโมสรการท่าเรือไทย จะเคยออกมากล่าวว่า พร้อมที่จะรับผิดทุกประการ ส่วนกรณีที่สโมสรการท่าเรือไทย จะยื่นเรื่องขอให้ศาลคุ้มครองนั้น ทางคณะกรรมการฯกำลังศึกษาข้อกฎหมายและข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ ให้แน่ชัดว่า ตามข้อตกลงที่แต่ละสโมสรได้ทำกับบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ก่อนจะเข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพนั้น ได้กำหนดเอาไว้ว่า ไม่ให้สโมสรที่เป็นสมาชิกทำการฟ้องร้องบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก และสมาคมฟุตบอลฯ เพียงแต่ตอนนี้สโมสรการท่าเรือไทย ยังไม่ได้ทำการฟ้องร้องใด ๆ จึงต้องรอดูก่อนว่า หากสโมสร การท่าเรือไทย ทำการฟ้องร้องต่อศาลจริง ทางสมาคมฟุตบอลฯ จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร ซึ่งโทษขั้นสูงสุดก็คือ การไม่ให้เข้าแข่งขันฟุตบอลอาชีพอีกต่อไป.

เรื่องล่าสุดของหมวด กีฬา

ดูหมวด กีฬา ทั้งหมด