คนไทยกว่าร้อยละ 67 เครียดต่อความขัดแย้งทางการเมือง

คนไทยกว่าร้อยละ 67 เครียดต่อความขัดแย้งทางการเมือง

คนไทยกว่าร้อยละ 67 เครียดต่อความขัดแย้งทางการเมือง เกี่ยวกับ ความขัดแย้งทางการเมือง

สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

เอแบคโพลล์ ระบุคนไทยกว่าร้อยละ 67 มีความเครียดต่อบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มไม่หนุนรัฐบาลเครียดมากกว่ากลุ่มอื่น แนะทางออกหากิจกรรมหล่อหลอมจิตใจคนไทยเป็นหนึ่ง เลิกปรุงแต่งอารมณ์ เลิกหมกมุ่นกับข้อมูลข่าวสาร วางจิตใจให้เป็นกลาง ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความเครียดและทางออกในบรรยากาศขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน กับเสียงความต้องการของประชาชนที่อยากบอกคนไทยคนอื่นๆ ในประเทศ" กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศ ประกอบด้วย จำนวนทั้งสิ้น 1,394 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคม 2553 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.3 ที่รู้สึกเครียดต่อบรรยากาศขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มคนที่ไม่อยู่ฝ่ายใด หรือพลังเงียบจะมีจำนวนคนที่ไม่เครียดเลยมากที่สุดคือ ร้อยละ 35.7 ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมีจำนวนคนที่เครียดค่อนข้างมากถึง เครียดมาก มากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ คือ ร้อยละ 54 ต่อร้อยละ 41.2 ของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 35.9 ของกลุ่มพลังเงียบ ส่วนที่เหลือจะมีความเครียดค่อนข้างน้อย

ผลสำรวจพบด้วยว่า 10 อันดับแรก ของวิธีที่ใช้ในการลดความเครียดในสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้คือ อันดับ 1 หรือร้อยละ 83.5 คือ พยายามไม่ยึดติดกับกลุ่มการเมืองใดๆ อันดับ 2 หรือร้อยละ 83.1 ปล่อยวาง ยอมรับสภาพความเป็นจริง อันดับ 3 หรือร้อยละ 79.6 หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อันดับที่ 4 หรือร้อยละ 71.2 ลด งดพูดคุยเรื่องการเมืองกับคนอื่น และอันดับที่ 5 หรือร้อยละ 68.6 ลด งดติดตามข่าวสารทางการเมืองทางสื่อต่างๆ ส่วนรองๆ ลงไปคือ ติดตามรายการบันเทิงคลายเครียดให้มากขึ้น พูดคุยปรึกษาปัญหาความเครียดกับคนในครอบครัว คนใกล้ชิด หาที่พึ่งทางศาสนา ฝึกสมาธิ และเลือกติดตามข่าวสารเฉพาะสื่อที่อยู่ฝ่ายเดียวกับตนเอง

ส่วน 10 อันดับ วิธีใช้ในการแสวงหาความสุข ในสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ อันดับแรก คือ ร้อยละ 37.7 ดูหนัง ฟังเพลง รองลงไปอันดับสองหรือร้อยละ 26.7 เล่นกีฬา ออกกำลังกาย อันดับที่สามหรือร้อยละ 21.6 คือ พูดคุยสังสรรค์ และรองๆ ลงไปคือ พักผ่อนนอนหลับ เข้าวัดฟังธรรม เดินทางท่องเที่ยว อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ บริจาค ทำบุญ เดินห้าง ช้อปปิ้ง ตามลำดับ

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจคือ 5 อันดับแรก ของสิ่งที่อยากบอกกับคนไทยคนอื่นๆ ในประเทศคือ อันดับแรกหรือร้อยละ 86.2 อยากเห็นความสงบสุข กลับคืนมาโดยเร็ว อันดับที่สองหรือร้อยละ 81.0 อยากเห็นคนไทยรักกัน อันดับที่สามหรือร้อยละ 75.6 อยากให้เลิกทะเลาะกัน อันดับที่สี่ หรือร้อยละ 71.1 อยากให้ใช้เหตุใช้ผลแก้ปัญหา มากกว่า อารมณ์โกรธแค้นกัน และอันดับที่ห้าหรือร้อยละ 68.9 อยากให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน ตามลำดับ

ผู้อำนวยการ เอแบคโพลล์ กล่าวว่า จากผลสำรวจครั้งนี้ น่าเป็นห่วงและควรเฝ้าระวังกลุ่มคนที่เครียดค่อนข้างมาก ถึงเครียดมากในทุกกลุ่มเพราะความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันของประชาชนมี มากอยู่แล้ว เมื่อปมขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นก็ง่ายต่อการทำให้ประชาชนเกิดความเครียด เพิ่มขึ้นไปอีก โดยมีกระแสข้อมูลข่าวสารที่เลือกข้างเป็นตัวเร่งปลุกปั่นปรุงแต่งอารมณ์ความ รู้สึกให้รักและเกลียดเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนคนไทย จนอาจพัฒนาไปสู่ "พฤติกรรมร่วมหมู่" ที่ใช้ความรุนแรงโดยไม่ฟังเสียงเตือนจากใคร

"ทางออก คือ สังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระศาสนาที่หาทางพ้นทุกข์ได้ไม่ยากนัก จึงควรหากิจกรรมหล่อหลอมจิตใจคนไทยเป็นหนึ่ง โดยเลิกปรุงแต่งอารมณ์ เลิกหมกมุ่นกับข้อมูลข่าวสาร วางจิตใจให้เป็นกลาง ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก แต่ควรรวมตัวกันตรวจสอบปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มนักการเมืองและเจ้า หน้าที่ของรัฐอย่างเข้มข้น ไม่เต้นไปตามแรงยั่วยุ แต่หันมาทำกิจกรรมเชื่อมประสานความรักความเกื้อกูลต่อกันของคนไทยในแต่ละ ชุมชนและในที่สาธารณะ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยควบคู่ไป ด้วย" นายนพดล กล่าว.- สำนักข่าวไทย

 

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด