พท.ปัดหนุนเงินแดงวอนสื่อเสนอตรงไปตรงมา

พท.ปัดหนุนเงินแดงวอนสื่อเสนอตรงไปตรงมา
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ส.ส. ของพรรคไม่มีการระดมคนให้มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงกรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มี.ค. ตามที่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอ้างอย่างแน่นอน ซึ่งการกล่าวอ้างดังกล่าวถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสี หรือ ปราศจากข้องเท็จจริง และเป็นการดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการปรึกษากับทีมกฎหมายของพรรค เพื่อได้มีการดำเนินการกับ นายบุญจง ต่อไป เนื่องจากเป็นความผิดตามมาตรา 104 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมว่า ด้วยพรรคการเมืองปี 2550 ในลักษณะการพูดจาใส่ร้ายป้ายสี

โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่า หาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ทำการส่งมอบเรือเหาะตรวจการ Sky Dragon ราคากว่า 340 ล้านบาท ที่จะผิดสเปกในวันนี้ ที่จังหวัดปัตตานีนั้น ก็จะถือว่าครบองค์ประกอบความผิด ซึ่งตัวเองจะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้มีการตรวจสอบการทุจริต และเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับ พล.อ.อนุพงษ์ และนายกรัฐมนตรีทันที


นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ออกมาระบุว่า พรรคเพื่อไทย ทุ่มเงินวันละ 70 - 80 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ว่าเป็นการพูดโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง ซึ่งขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ขณะที่เห็นว่า การใช้ตำแหน่งหน้าที่มากล่าวอ้างแบบนั้น ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งพรรคจะหารือกับทีมกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับ นายสุเทพ ในฐานะนักการเมืองที่มีตำแหน่งเป็นถึงเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาใส่ร้ายป้ายสี ในความผิดมาตรา 104 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้


นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เนื่องในวันนี้เป็นวันนักข่าว จึงขอเรียกร้ององค์กรสื่อมวลชนทุกแขนง นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณ ของสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมาหลังการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 พบว่า มีการทแทรกแซงองค์กรต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชน ทำให้การนำเสนอข่าวสารไม่ได้ให้ความเป็นธรรม กับผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง อันนำมาซึ่งความขัดแย้ง และความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

พร้อมกันนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า สื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในการนำเสนอข่าวสารให้กับประชาชน หากมีการนำเสนอข่าวสารทั้ง 2 ด้าน อย่างเสมอภาค เชื่อว่า จะสามารถลดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมได้