จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องแจงหลังยึดทรัพย์

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และกรรมาธิการการเงินการธนาคาร สถาบันการเงิน วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ
เมือง พิพากษายึดทรัพย์ว่า ในฐานะกรรมาธิการ ก็จำเป็นจะต้องเรียกเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ขอเอกสารจากศาลว่า มีคำวินิจฉัยรวมอย่างไร เพื่อนำมาติดตามรายได้ค่าใช้จ่าย และทรัพย์สินของแผ่นดิน ที่ขาดหายไป ซึ่งเท่าที่
หารือกับเจ้าหน้าที่ ระบุว่า มีระยะเวลาเหลือประมาณ 1 ปี ซึ่งจะต้องเร่งติดตาม โดยจะขยายผลจาก 5 ข้อ ที่ศาลชี้มูลความผิดเป็นหลัก ส่วนจะสามารถเรียกทรัพย์สินคืนได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเอกสารข้อมูลที่ได้มา ว่าผลกระทบ
เป็นอย่างไร

นอกจากนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงความคืบหน้า ในการยื่นตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ตรวจสอบพบว่า ภายหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี จำนวนหุ้นที่แจ้งไว้ ต่อ ป.ป.ช. มีจำนวนลดลง ขณะที่บุตรสาวทั้ง 3 คน เป็นหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 โดยระบุว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานจาก ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งหมายความว่า ภายใน 1 - 2 สัปดาห์ จะมีความชัดเจน นอกจากนี้ ยังเตรียมรื้อข้อมูลการตรวจสอบรัฐมนตรีในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เคยยื่นไว้กับ กกต. มาพิจารณาใหม่ ทั้งนี้ หากมีการรวบรวมราย ชื่อ ส.ว.ได้ครบ 15 คน ก็อาจจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้โดยตรง