
4 นักการเมืองหญิง ถูกศาลพิพากษาถอนสิทธิลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต ศาลฟันผิดจริยธรรมร้ายแรง ด้วยคดีอะไรบ้าง?
ภายหลังที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกามีคำพิพากษา นางสาวพรรณิการ์ วานิช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามกฎหมาย ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างร้อนแรงในเวลานี้
อนึ่ง นางสาวพรรณิการ์ไม่ใช่คนเดียวที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต จากการถูกตัดสินว่าทำผิดจริยธรรม เพราะในช่วงปี 2565-2566 มีนักการเมืองที่ถูกถอนสิทธิลงสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตอีกหลายราย

น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 หลังศาลฎีการับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
หลังจากผลการไต่สวนพบว่า น.ส. ปารีณาได้ร่วมกับ นายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711-2-93 ไร่ เมื่อ 18 ปีก่อน
(7 เม.ย.65) ศาลพิพากษาว่า น.ส.ปารีณา ฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง สส. นับจากวันที่ 25 มี.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป มีผลให้ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. สว. ผู้บริหารท้องถิ่น และดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสี่ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 87 และมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ข้อ 3 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ทั้งนี้ คำพิพากษาให้มีผลทันที และให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สส.พรรคภูมิใจไทย ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 26 ส.ค. 2565 หลัง ป.ป.ช.ยื่นคำร้องว่า เมื่อ 14 ก.พ. 2545 นางกนกวรรณ ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินในพื้นที่หมู่ที่ 15 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยอ้างว่าซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวมาจาก นายทิว มะลิซ้อน เมื่อปี 2533 แต่นายทิวไม่มีตัวตน อีกทั้งไม่เคยมีการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และแนวเขตป่าไม้ถาวรป่าเขาใหญ่ การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 41158 ตำบลเนินหอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
ข้อเท็จจริงพบว่า นางกนกวรรณออกโฉนดที่ดินโดยไม่มีคุณสมบัติตามกฏหมาย ไม่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินตามที่กล่าวอ้าวว่า มีการทำสวนปลูกผลไม้ รวมทั้งการตรวจสอบจากภาพถ่ายดาวเทียมและเจ้าหน้าที่ ก็ไม่พบการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ และการได้โฉนดที่ดินมาตั้งแต่ปี 2554 และยังถือครองที่ดินดังกล่าวมาจนถึงวันที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองตามมาตราฐานจริยธรรม และถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานจริยธรรม
ต่อมา เมื่อ 22 ก.พ. 66 ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ร้อง นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง แม้มิได้เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ของตนโดยตรงก็ตาม เพราะอาจทำให้สาธารณชนขาดความเชื่อถือศรัทธา จึงพิพากษาว่านางกนกวรรณ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พิพากษาให้นางกนกวรรณพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา นับตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2565 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ หยุดปฎิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางกนกวรรณตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 วรรคสาม วรรคสี่ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

น.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2564 หลังศาลฎีกาได้รับคำร้อง กรณีถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันไว้พิจารณา เ
ต่อมา ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่า น.ส. ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 จำคุก 1 ปี และปรับ 200,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี แต่ น.ส. ธณิกานต์ ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ พิพากษายืน จำคุก 1 ปี ปรับ 2 แสน แต่ให้รอลงอาญา
ต่อมา วันที่ 3 ส.ค.66 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ คมจ.2/2564 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ยื่นคำร้องกรณี น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ กทม. มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีเสียบบัตร สส. แทนกันในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
พิพากษาว่า น.ส. ธณิกานต์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 6-8 ประกอบข้อ 27 วรรคหนึ่ง
จึงให้ น.ส. ธณิกานต์ พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ 11 ส.ค.64 อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และ ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสามและวรรคสี่ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

(20 ก.ย.66) ศาลฎีกา สนามหลวง อ่านคำพิพากษา ให้ถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของ นางสาวพรรณิการ์ วานิช ตลอดไป และไม่ให้มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อีก
คำพิพากษานี้เกิดขึ้นหลังจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ ช่อ พรรณิการ์ จากการโพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊ก ที่ตนเชื่อว่ากล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่ร้าย
ต้นปี 2565 กรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่านางสาวพรรณิการ์ ที่เคยเป็น สส. พรรคอนาคตใหม่ เข้าข่ายละเมิด "มาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนญ และผู้ดารงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561" จึงส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาต่อ
การตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวยังเป็นการซ้ำเติมโทษทางการเมืองที่นางสาวพรรณิการ์เผชิญอยู่แล้ว จากการยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อปี 2563 ที่มีการตัดสิทธิทางการเมืองของงนางสาวพรรณิการ์และกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆ เป็นเวลา 10 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือน พ.ค. 66 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เคยยกฟ้องคดีที่อัยการยื่นฟ้องนางสาวพรรณิการ์ว่าละเมิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์พาดพิงสถาบันกษัตริย์มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นศาลมองว่าข้อความที่นางสาวพรรณิการ์โพสต์ไม่ใช่การนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และไม่ได้ทำให้สังคมตื่นตระหนก