คลังขาดดุลเงินสด116,363ล้านบาท

นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของภาครัฐบาลตามระบบ สศค. ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 53 นั้น รัฐ บาลขาดดุลการคลัง 116,363 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วถึง 34.2% เกิดจากการเพิ่มสูงขึ้นของรายได้ที่มากกว่ารายจ่ายเป็นจำนวนมาก สะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเด่นชัด โดยรัฐบาลมีรายได้ทั้งสิ้น 532,621 ล้านบาท คิดเป็น 5.6% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีที่แล้ว 95,855 ล้านบาท หรือ 21.9% ขณะที่รายจ่ายภาครัฐบาลมี 648,984 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว 39,306 ล้านบาท หรือ 6.4%

ทั้งนี้ฐานะการคลงของภาครัฐบาลตามระบบ สศค.ไตรมาสแรกนั้น รัฐได้อัดฉีดเงินสุทธิเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หรือขาดดุลการคลังทั้งสิ้น 112,623 ล้านบาท คิดเป็น 1.2% ของจีดีพี ซึ่งขาดดุลลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 58,422 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน และเป็นไปตามนโยบายการคลังของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาษีมูลค่า เพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้มีรายได้สูงขึ้น ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีรายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 25,366 ล้านบาท หรือ 38.3% ส่วนบัญชีนอกงบประมาณนั้น มีรายได้ต่ำกว่าปีเดียวกัน 594 ล้านบาท หรือ 0.6% ขณะที่มีรายจ่ายรวมทั้งการให้กู้หักชำระคืนจากการเบิกจ่ายงบ ประมาณของรัฐบาลมี 443,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43,939 ล้านบาท หรือ 11% ขณะที่ อปท. คาดว่าจะมีรายจ่าย 73,473 ล้านบาท ลดลง 8.7% และรายจ่ายจากเงินนอกงบประมาณและเงินให้กู้หักชำระคืนรวม 127,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5%.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด