หุ้นไทยลุ้นหลังยึดทรัพย์พุ่ง

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บล. ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยปรับลงไปแล้วประมาณ 8% ซึ่งลดลงมากกว่าภูมิภาคที่ลดลงเฉลี่ย 4% เป็นผลจากปัญหาทางการเมืองในประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกไป ขณะที่นักลงทุนในประเทศได้ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) เบาบางตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนได้รับรู้ข้อมูลเรื่องการเมืองหมดแล้ว เพียงแต่รอให้ดัชนีปรับลงต่ำสุด ในช่วงก่อนวันตัดสินคดีฯ เพื่อจะรอเข้าช้อนซื้อ ซึ่งไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อเนื่องหรือไม่ มองว่าตลาดหุ้นคงขึ้นอย่างเดียวไม่มีลง และอย่างน้อยคงปรับขึ้นไปในระดับเดียวกับเพื่อนบ้าน หรือขึ้นประมาณ 4% ซึ่งทำให้ดัชนีอยู่ในระดับ 720 จุด และหลัง 26 ก.พ. คาดปัญหาจะจบ และนักลงทุนจะเริ่มคลายความกังวลปัญหาการเมือง แต่กลับมากังวลเรื่องปัญหามาบตาพุด ซึ่งหากมาบตาพุดจบ อาจจะทำให้ดัชนีไปถึง 900 จุดได้

ตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นได้นั้น มาจากนักลงทุนในประเทศ ทั้งรายย่อย และสถาบันเป็นหลัก ซึ่งหลังจากที่บรรดา บลจ. เข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นได้ว่านักลงทุนมั่นใจมากขึ้น มีการซื้อสุทธิวันเดียว 500 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งเดือน ก.พ. ซื้อสุทธิไปแล้ว 2,000 ล้านบาท.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด