ชาวบ้านร้องหมูโลละ125บาท

โรคระบาดถล่มฟาร์มหมูพินาศ ผู้เลี้ยงภาคตะวันออกนั่งคอตก

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้ เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออก และในจังหวัดนคร ปฐม ราชบุรี กำลังประสบปัญหาโรคลูกหมูตายก่อนกำหนด (พีอาร์อาร์เอส) ระบาดในพื้นที่อย่างหนัก ทำให้ปริมาณลูกหมูตายไปจำ นวนมาก ประกอบกับมีปัญหาอากาศร้อน ทำให้หมูเติบโตช้าและมีปริมาณเนื้อน้อยลง จนส่งผลให้ปริมาณเนื้อสุกรที่ออกสู่ตลาดในช่วงนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการและราคาสูงขึ้น

เนื้อสุกรในตลาดที่ลดลงแต่ปริมาณความต้องการบริโภคไม่ได้ลดลง ทำให้การผลิตและการบริโภคไม่สมดุล นอกจากนี้ปัญหาโรคระบาดยังทำให้ต้นทุนการเลี้ยงหมูของเกษตรกรสูงขึ้นถึง 30%ด้วย ส่งผลให้ผู้เลี้ยงขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลเข้ามาชยเหลือ แก้ปัญหาโรคระบาดอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยเหมือนอดีต ที่ก่อนหน้านี้เคยประสบมาแล้ว จนทำให้ผู้เลี้ยงหมู โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายย่อยต้องขาดทุนและเลิกเลี้ยงหมูไปจำนวนมาก หากรัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์เป็นต่อไปแบบนี้ ยิ่งทำให้ปริมาณสุกรในตลาดลดลง และราคาเนื้อหมูแพงขึ้น

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งเพิ่มว่า ราคาอาหารสดที่ประกาศจากกรมการค้าภายใน เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นหลายรายการเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.53 โดยสุกรชำแหละเนื้อแดงสะโพก กก.ละ 120-125 บาท สูงขึ้นจากกก.ละ 115 บาท และเกินเพดานราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ กก.ละ 105-110 บาท ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน กก.ละ 65-66 บาท เพิ่มขึ้นจาก กก.ละ 64.40 บาท รวมถึงผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง ผักชี และต้นหอม เนื่องจากเป็นช่วงผลผลิตหมดรุ่นและรุ่นใหม่อู่ระหว่างการเจริญเติบโต ทำให้ผลผลิตมีออกสู่ตลาด น้อย ขณะที่ส้มเขียวหวานก็มีราคาขึ้นเช่นกัน เพราะความต้องการของตลาดมากขึ้น และใกล้กับเทศกาลตรุษจีน ทำให้มีความต้องการมาก

นอกจากนี้กรมการค้าภายในเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับวงจรสุกร ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ผู้ผลิต ผู้ค้า และโรงชำแหละ มาหารือถึงราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงหมูได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่หมูเป็นแพง มาจากต้นทุนการเลี้ยง และอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งกากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับเกิดโรคระบาดในลูกหมู ทำให้ปริมาณเนื้อหมูลดน้อยลง.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด