ชาวลาดพร้าวปัดรองรับคนเร่ร่อนจากสนามหลวง

เจ้าเป็ด อ้อนผู้ว่าฯ ขอนำกีฬาไทยดั้งเดิม เช่น ว่าวไทย ตะกร้อลอดห่วง กระบี่กระบอง กลับมาเล่นโชว์ก่อนสนามหลวงปิดปรับปรุง 25 ก.พ.-3 มี.ค. ปลุกจิตสำนึกเยาวชน-ส่งเสริมท่องเที่ยวให้ต่างชาติรับชม ด้าน กทม.ดีเดย์จับนกพิราบหลังตรุษจีน พร้อมเตรียมปรับพื้นที่ว่าง ซ.ลาดพร้าว 101 รองรับคนเร่ร่อนสนามหลวง ด้านชาวบ้านนัดรวมตัวประท้วง หวั่นเกิดเหตุอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายปริญญา สุขชิต หรือเจ้าเป็ด ประธานสภาวัฒนธรรมเขตดุสิต และอดีตประธานสภาวัฒนธรรมเขตพระนคร ซึ่งเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการว่าวไทย ได้ร้องขอความอนุเคราะห์ต่อ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่านทาง เดลินิวส์ ว่า ทาง กทม. ได้ทำการห้ามรถเข้ามาจอดในสนามหลวงแล้ว ทำให้ภูมิทัศน์ ในการเล่นว่าว ซึ่งเป็นการละเล่นของไทย เกิดความเหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะมีลักษณะที่โล่งมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม ของพระบรมมหาราชวังจึงอยากจะขอความอนุเคราะห์ ว่า ในช่วงที่ยังไม่มีการดำเนินการปรับปรุงใด ๆ จะขอนำว่าวไทย รวมถึง ตะกร้อลอดห่วง กระบี่กระบอง ฯลฯ ซึ่งเป็นกีฬาที่ห่างหายไปนานแล้วจากท้องสนามหลวง ได้กลับมาเล่นอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ วันที่ 25 ก.พ. ไปจนถึงวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งวันที่ 3 มี.ค. ถือเป็นวันอนุรักษ์กีฬาไทย เพื่อให้เยาวชนจะได้รู้สึก รักและหวงแหนความเป็นไทยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาชมอีกด้วย

ด้าน นางวินิตตา อินทรประสิทธิ์ หรือป้าแขก อายุ 53 ปี เจ้าของแผงขายว่าว ในสนามหลวง ได้กล่าวว่า ตั้งแต่ กทม.ห้ามรถเข้ามาจอดในสนามหลวงตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้รายได้จากการขายว่าว ลดลงไปบ้าง เนื่อาก ผู้ที่จะมาเล่นว่าวหาที่จอดรถไม่ได้ กทม. น่าจะจัดรถรางเอาไว้รับ-ส่งคนระหว่างลานคนเมือง มาที่สนามหลวงบ้างจะดีมาก โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกดีที่สนามหลวงไม่มีรถจอดระเกะระกะเหมือนเช่นเคย ทำให้สนามหลวงดูสวยงามขึ้นมาอีกครั้ง และน่าเล่นว่าวมากขึ้น ก่อนที่จะหมดฤดูกาลเล่นว่าว ในเดือน พ.ค. และก่อนการปิดปรับปรุงสนามหลวงครั้งใหญ่อีกด้วย

ส่วน บรรยากาศ โดยรอบของสนามหลวงในวันนี้ ก็มีเจ้าหน้าที่ เทศกิจ กทม. ได้นำ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สองล้อ มาตรวจตรารอบ ๆ พื้นที่ของสนามหลวง แต่ก็ยังมีการขายอาหารนกพิราบอยู่ ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งบางจุดขายอยู่ห่างจากเต็นท์ของเจ้าหน้าที่เทศกิจเพียง 10 เมตร แต่เจ้าหน้าที่เทศกิจไม่ได้ห้ามปรามหรือตักเตือนแต่อย่างใด บางครั้งยังต้องขับรถสกู๊ตเตอร์หลบผู้ที่มาขายอาหารให้นกพิราบก็มี

วันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการ กทม. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงสนามหลวงว่า ในส่วนของการแก้ปัญหาในระยะสั้น สำหรับผู้ค้าในพื้นที่สนามหลวง ทางกทม.ได้กำหนดพื้นที่เพื่อย้ายผู้ค้า 3 จุด ได้แก่ ผู้ค้าในบริเวณรอบรั้วศาลฎีกา 250 ราย จะย้ายไปที่บริเวณตรอกสาเก ให้ค้าขายเวลา 08.00-17.00 น. เริ่มย้ายตั้งแต่ 5-18 ก.พ. ส่วนผู้ค้าบริเวณสนามหลวงทั้งหมด 996 ราย จะย้ายไปที่ริมคลองหลอด ให้ค้าขายเวลา 17.00-03.00 น. เริ่มดำเนินการ 19 ก.พ.-1 มี.ค.และผู้ค้ารอบพระบรมมหาราชวัง 300 ราย จะย้ายไปที่ริมคลองหลอด โดยให้ค้าขายเวลา 08.00-17.00 น. เริ่มดำเนินการ 2-16 มี.ค. ส่วนในระยะยาวนั้นกำลังเร่งประสานหาพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้าไปขายได้ถาวร ได้แก่ สนามหลวง 2 (ทวีวัฒนา) จตุจักร 2 (มีนบุรี) ริมทางรถไฟศิริราช ตลาดนัดเอกชนที่ถนนบรมราชชนนี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นสามารถรองรับผู้ค้าได้ประมาณ 1,000 ราย และกำลังเจรจาหาพื้นที่ชั้นในที่สามารถรองรับผู้ค้าเพิ่มอีก หลังจากนำผู้ค้าออกจากพื้นที่แล้วจะทำความสะอาดพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 ก.พ.นี้

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายธีระชน ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ชุมชนสุขเจริญพัฒนาภายในซอยลาดพร้าว 101 เนื้อที่ 5 ไร่ ซึ่งจะใช้เป็นที่พักสำหรับคนเร่ร่อนจากสนามหลวงชั่วคราว จากนั้นเดินทางต่อไปยัง มนตรีสตูดิโอ ซอยลาดพร้าว 101 ซึ่งเป็นที่ตั้งกรงเลี้ยงนกพิราบ ซึ่งการจับนกพิราบในท้องสนามหลวง คาดว่าจะดำเนินการจับได้หลังวันที่ 14 ก.พ. หรือหลังวันตรุษจีน อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ขณะนี้ประชาชนที่อาศัยในละแวกซอยลาดพร้าว 101 ได้เตรียมนัดรวมตัวกันเพื่อเดินขบวนประท้วง ผอ.เขตบางกะปิ เนื่องจากไม่ต้องการให้ กทม.นำคนเร่ร่อน และนกพิราบ มาพักอาศัยภายในซอย เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น ปัญหาขโมย อาชญากรรม เป็นต้น

ขณะที่สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นในหัวข้อ คนกรุงคิดอย่างไร กับการจับนกพิราบที่ท้องสนามหลวง โดยผลสำรวจที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 34.11 มองว่าช่วยให้สนามหลวงปลอดเชื้อโรคที่มากับนก ส่วนร้อยละ 42.40 มองว่า ควรย้ายนกพิราบไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งชุมชน มีอากาศถ่ายเทสะดวก.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด